มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่

โดย MGR Online   
4 เมษายน 2559 15:26 น. (แก้ไขล่าสุด 4 เมษายน 2559 16:52 น.)
มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
        แพทย์เป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน แม้กระทั่งในวงการบันเทิงก็ยังมีหมอหนุ่มหมอสาวออกมาอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดมีอีกหนึ่งศิลปินวัยรุ่นที่เจริญรอยตามรุ่นพี่ในวงการ ด้วยการสอบติดคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มิณทร์ ยงสุวิมล หรือ มิณทร์ กามิกาเซ่ ด้วยวัยเพียง 16 ปีเท่านั้น ! ... วันนี้ Life on Campus จะมาล้วงลึกชีวิต (ว่าที่) นักศึกษาแพทย์สุดหล่อแบบทุกซอกทุกมุมจนสะอาดเอี่ยมไปเลย
       
       จากเด็กชอบร้องเพลงกลายเป็นศิลปิน

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
        ชื่อ มิณทร์ ยงสุวิมล อาจไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับใครหลายๆ คน แต่หากมีต่อท้ายด้วย ‘กามิกาเซ่’ และยิ่งถ้ารู้ว่าหนุ่มคนนี้เคยชนะการประกวดร้องเพลงในรายการ เดอะเทรนเนอร์ ปั้นฝันสนั่นเวที ปี 2 ภาพเด็กน้อยอายุ 10 กว่าปีที่เต้นพลิ้วจนสาวใจละลายคงผุดขึ้นในมโนภาพของทุกคน
       
        “มิณทร์เห็นรุ่นพี่ในโรงเรียนขึ้นแสดงละครเวทีแล้วมีการร้องเพลง ซึ่งมันเพราะมาก เลยรู้สึกอยากเท่เหมือนพวกเขา เลยเรียนร้องเพลง ระหว่างที่เรียนก็มาออดิชั่นที่อาร์เอส ช่วงรอผลคุณครูที่สอนร้องเพลงก็แนะนำให้ไปลองหาประสบการณ์ ก็เลยมาออดิชั่นรายการเดอะเทรนเนอร์ ปี 2 ผ่านมา 5 - 6 ปีแล้ว”
       
       
        ปัจจุบันแม้มิณทร์จะเป็นศิลปินเดี่ยวที่มีชื่อเสียงในสังกัด กามิกาเซ่ ในเครือของอาร์เอส แต่ก็ไม่เคยลืมสิ่งที่ได้รับจากเวทีการประกวดในครั้งนั้น
       
        "ได้อะไรหลายอย่างเพราะเราต้องพยายามฝึกให้เข้ากับเพลงหลายสไตล์บนเวที โดยโจทย์ของรายการจะเป็นสไตล์เพลงที่แตกต่างกันไปในแต่ละอาทิตย์ ส่วนตัวมิณทร์ชอบป๊อบแดนซ์ แต่ก็จะเจอโจทย์เพลงลูกทุ่งซึ่งอาจไม่เคยร้อง ไม่เคยฟัง ก็ต้องพยายามฝึกฝนให้ทันระยะเวลาในหนึ่งอาทิตย์ที่เขากำหนดให้”
       
       เด็กนานาชาติ ICS

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
        ในช่วงมัธยมศึกษามิณทร์เรียนที่โรงเรียนประชาคมนานาชาติ หรือ International Community School (ICS) เพราะคุณพ่อคุณแม่เห็นว่า อนาคตน่าจะมีโอกาสได้ใช้ภาษา และทางโรงเรียนก็มีการสอบเก็บคะแนน SAT เป็นระยะ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน
       
       
        “จริงๆ โรงเรียนไทยกับอินเตอร์ก็คล้ายกัน แต่จะมีความแตกต่างตรงเรื่องเพื่อน เพราะอินเตอร์จะมีต่างชาติ ดังนั้นวัฒนธรรมและภาษาจะหลากหลายกว่า สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ แต่ชาวต่างชาติบางส่วนพูดก็ไทยได้ วัฒนธรรมแปลกๆ จะเจอในวันที่เป็นเทศกาลที่จะมีการให้ทุกคนโชว์วัฒนธรรมจากเชื้อชาติตนเอง เป็นเทศกาลเล็กๆ ของแต่ละเชื้อชาติ อย่างไทยโดยทั่วไปก็มี การแสดงรำ การโชว์ร้องเพลงไทย เล่นดนตรีไทย”
       
       
        ส่วนเรื่องการเรียนจะมีอิสระกว่าโรงเรียนไทย สามารถเลือกวิชาเรียนที่ชอบได้ โดยกำหนดหน่วยกิจว่า วิชาไหนบังคับ วิชาไหนวิชาเลือก อยากเรียนเพิ่มเติมด้านใดก็เลือกเองได้ ไม่มีสายแยกชัดเจนแบบโรงเรียนไทย
       
        “มิณทร์ถนัดคณิตศาสตร์มากที่สุด ส่วนวิชาที่อ่อนจะเป็นแนวสังคมศาสตร์ เพราะไม่ค่อยชอบ ถึงจะสนุกกับการเรียนประวัติศาสตร์ แต่จะไม่ชอบถ้าเกิดต้องโดนทดสอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันได้”
       
        แม้ว่าจะมีวิชาที่ไม่ถนัดแต่มิณทร์ก็ไม่นิ่งนอนใจ หาความรู้เพิ่มเติมโดยการอ่านหนังสือหรือการดูสารคดี บ่อยครั้งก็สมมุติว่าตนเองเป็นตัวละครในประวัติศาสตร์ เพื่อจะได้รู้ว่าหากอยู่ในสถานการณ์เหล่านั้นจะมีความคิดอย่างไร และด้วยความขยันหมั่นเพียรที่มักจะหยิบการบ้านมาทำหรืออ่านหนังสือในช่วงพักกลางวัน ระหว่างรอทำงาน หรือนั่งรถจึงทำให้เขามีผลการเรียนดีเยี่ยม ได้เกรดเฉลี่ยสะสมถึง 3.8 ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่เพิ่มความอยากในการเรียนแพทย์
       
        “คิดมาตั้งนานแล้วว่าอยากเรียนหมอแต่ก็ไม่ได้ฟันธงว่าจะต้องเดินตามเส้นทางนี้ จนเห็นว่าเกรดที่ได้โอเค เลยเกิดความคิดขึ้นว่า การเป็นหมอมันอาจจะไม่ได้ยากแบบทึคนเขาว่ากันหรือเปล่า ซึ่งพอได้ไปลองทำข้อสอบจริงๆ แล้ว ก็พบว่ายากมาก (หัวเราะ) จนรู้สึกว่าทำอะไรอยู่ แต่มันก็กลายเป็นแรงบันดาลใจกำลังใจที่ทำให้รู้สึกฮึดขึ้นมา”
       
       เรียนหมอเพื่อรอยยิ้มของคนไข้

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
min.yongsuvimolจะ Vitamin A D E K หรือ B C ผมก็มีครบแล้ว แต่ที่ผมขาดคือ Vitamin YOU
         
       “ไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นอะไร...นอกจากนักร้องและหมอ”
       
       
        เป็นคำตอบของมิณทร์เมื่อทีมงานถามถึงอนาคตด้านอื่น เขาเล่าว่า ตั้งแต่จำความได้ก็อยากประกอบอาชีพแพทย์มาโดยตลอด โดยได้แรงบันดาลใจมาจากการไปเฝ้าคุณตาคุณยายที่โรงพยาบาลในวัยเด็ก
       
       
        “เวลาที่ไปโรงพยาบาล เพื่อเฝ้าคุณตาคุณยาย จะใช้เวลาอยู่โรงพยาบาลนานมากและค่อนข้างบ่อย เนื่องจากพวกท่านเป็นหลายโรค ก็เกิดความรู้สึกว่าอยากมีความรู้และสามารถดูแลคนที่เรารักได้ด้วยตนเอง และที่สำคัญเวลาไปหาหมอแต่ละครั้ง ภาพที่เห็นเวลาคนไข้ขอบคุณหมอตอนออกจากโรงพยาบาล มันเป็นความรู้สึกจากใจจริง ผ่านทางสีหน้า ท่าทาง คำพูด ทั้งผู้ป่วยและญาติ เป็นสิ่งที่มิณทร์อยากได้”
       
       
        แต่การเป็นแพทย์ตามที่หวังก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากความมุ่งมั่นและคะแนนเฉลี่ยสะสมที่ดีเยี่ยมแล้ว มิณทร์ยังต้องฝ่าด่านการทดสอบหลายด่าน
       
       
        “ขั้นแรก สมัครระบบรับตรงของคณะแพทย์ก่อน ก็คือ กสพท. ซึ่งสนามแรกที่จะเจอ คือ ความถนัดแพทย์ แบ่งเป็น 3 พาร์ท คือ เชาว์ จริยธรรม และการเชื่อมโยง บอกเลยว่ายากมาก ตอนแรกอาจจะคิดว่าตอบถูก แต่เพราะมันเป็นวิชาที่ไม่ตายตัว คำตอบเราอาจจะไม่ตรงกับที่คนออกข้อสอบคิดไว้ว่าแพทย์ควรจะตอบแบบไหนก็ได้ ซึ่งโดยทั่วไปไม่มีใครตอบแบบคนดี 100 % ได้ เราก็จะตอบเป็นตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง คะแนนมันเลยไม่ตายตัว”
       
        
        “หลังจากนั้นก็เป็นสนามที่สอง สนาม 9 วิชา ซึ่งถ้าสอบแพทย์ก็จะสอบแค่ 7 ตัว มี เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ ไทย สังคม อังกฤษและเลข พอสอบของกสพท.เสร็จก็จะมีสอบ O-NET ม.6 เพื่อวัดมาตรฐานเด็ก ถ้าเกิดเป็นคณะแพทย์จะตัดเกณฑ์ที่ 60 % แล้วก็รอประกาศผลว่าได้ที่ไหน พอได้ก็ยังต้องสอบจิตวิทยา สัมภาษณ์ ตรวจเลือด ตรวจร่างกายอีก ซึ่งการสัมภาษณ์จะมีคำถามที่ไม่เหมือนกัน โดยอ้างอิงจากประวัติส่วนตัวของผู้สมัครหรือสุ่มคำถามที่อยากรู้ มันเลยไม่ตายตัวว่าชุดคำถามจะเป็นแบบไหน”
       
        โดยมิณทร์สามารถสอบผ่านมาได้ด้วยคะแนน 67.544 คะแนน ติดคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลในที่สุด เจ้าตัวได้เผยเคล็บลับง่ายๆ ที่ใช้ในการอ่านหนังสือและเตรียมตัวสอบที่ใครก็ทำได้
       
        “จริงๆ ก็เป็นสิ่งที่มิณทร์ทำปกติอยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยม ถ้าเป็นวิชาคำนวนจะเอาแบบฝึกหัดเก่ามานั่งทำจนจับจุดได้ว่าโจทย์พยายามจะบอกอะไร ต้องการหลอกถามหรือสื่ออะไร ถ้าเป็นวิชา เช่น ชีวะ สังคม ภาษา ก็จะเน้นการทบทวนทุกวัน รื้อฟื้นความรู้เก่าๆ แล้วค่อยมาทบทวน มันจะทำให้ต่อยอดได้ง่าย ช่วงสอบแพทย์ก็ไม่ต่าง ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่จะเพิ่มวิชามาเป็นวิชา ฟิสิกส์”
       
        มิณทร์เพิ่มเติมว่ายังมีการเตรียมตัวด้วยการไปเรียนกวดวิชา หรือไปศูนย์หนังสือ หาหนังสือที่น่าสนใจและหนังสือที่คิดว่าทำไม่ค่อยได้มาทำ เพราะรู้สึกว่าถ้าอยากพัฒนาให้เก่งขึ้นควรจะหาหนังสือที่ยากขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจะดีกว่า
       
       
        สุดท้ายนี้มิณทร์ได้ฝากผลงานว่ากำลังจะมีซิงเกิ้ลพิเศษออกมาแต่จะขอเก็บไว้เป็นเซอร์ไพร์สและฝากกำลังใจถึงคนที่มีความฝันอยากจะเป็นแพทย์เหมือนกับตน
       
       
        “สำหรับคณะแพทย์ ไม่จำเป็นจะต้องเก่งตั้งแต่เกิดถึงจะเรียนได้ มันขึ้นอยู่กับความพยายาม ความตั้งใจ และความมุ่งมั่น ถ้าเกิดว่าชอบแพทย์ มันไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราต้องชอบเลขหรือชีวะ แพทย์มันเกี่ยวกับการช่วยเหลือคน ได้เอาความรู้ไปช่วยเหลือคนที่ลำบาก อยากให้ดูที่ตัวอาชีพมากกว่า”
       
       
        นอกจากนี้เขายังมองว่าทุกคณะมีโอกาสประสบความสำเร็จเท่ากันหมด ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาชนะตัวเองได้มากแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดในการเตรียมตัวสอบก็คือ การตั้งเป้าหมายและพยายามเดินตาม ทุกครั้งไม่จำเป็นต้องสำเร็จ ทุกคนมีขี้เกียจ เหนื่อย ล้า ง่วงนอน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การได้พยายามและสู้กับตนเอง

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
       

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
       

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
       

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
       

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
       

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
       

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
       

มือขวาจับไมค์ มือซ้ายถือเข็ม...(ว่าที่) คุณหมอ มิณทร์ กามิกาเซ่
        ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติม IG : min.yongsuvimol
       เรื่องโดย วัลย์ลดา หาญยุทธ
       ภาพโดย วชิร สายจำปา
       

       
       


จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
86 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
14 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2016