หลากเรื่องน่าตกใจ !! กับงานแต่งงานคนญี่ปุ่น

โดย MGR Online   
23 กรกฎาคม 2560 08:49 น.
หลากเรื่องน่าตกใจ !! กับงานแต่งงานคนญี่ปุ่น
        คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"
       

       สิบกว่าปีก่อนเพื่อนชาวญี่ปุ่นส่งอีเมลมาแจ้งว่าเธอจะแต่งงานและอยากเชิญฉันมาด้วย เนื่องจากฉันยังให้คำตอบทันใดไม่ได้ เพื่อนจึงบอกว่างั้นช่วยให้คำตอบภายในวันที่เท่านี้ๆ ด้วย ถ้ามาไม่ได้เธอจะได้เชิญคนอื่นแทน ฉันงง!! เพราะที่ผ่านมาไม่เคยไปงานแต่งงานใครที่บอกว่าถ้าไปไม่ได้จะเชิญคนอื่นแทนแบบนี้
       
       เพื่อนจึงอธิบายให้ทราบเหตุผลตามตรงว่า คนญี่ปุ่นนั้นเวลาจัดงานแต่งงานจะระบุจำนวนและชื่อแขกที่แน่ชัด เพราะต้องมาจัดว่าใครจะนั่งโต๊ะไหน นั่งข้างใคร ดังนั้นเมื่อเชิญใครไป คนนั้นต้องตอบให้ชัดเจนว่ามาได้หรือไม่ และถ้าตอบว่าจะมาแล้วจะอย่างไรก็ต้องมา ไม่มีการเบี้ยวทีหลังด้วยเพราะเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก เพราะค่าใช้จ่ายและสิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับแขกคนหนึ่งๆ ไม่ใช่น้อย วันนั้นฉันก็เลยถึงบางอ้อ เธอคนนี้เป็นคนแรกที่ทำให้ฉันรู้จักธรรมเนียมการเชิญและการร่วมงานแต่งงานของคนญี่ปุ่นที่หาอะไรเหมือนงานของคนไทยแทบไม่ได้เลย

หลากเรื่องน่าตกใจ !! กับงานแต่งงานคนญี่ปุ่น
ภาพจาก https://www.cocosab.com/wp/lesson/invitation
        ธรรมเนียมของการเชิญและการเข้าร่วมงานแต่งงานญี่ปุ่นมีความยุ่งยาก อีกทั้งยังมีรายละเอียดและระเบียบเยอะต่อให้งานไม่ได้ใหญ่โต เท่าที่เคยไปร่วมงานแต่งคนญี่ปุ่นมาจนบัดนี้แขกมีราว ๆ 50-100 คนเท่านั้นเอง ซึ่งในจำนวนนี้รวมผู้ใหญ่และเพื่อนในที่ทำงาน ญาติ และเพื่อนที่สนิทกันแล้ว ตัวฉันเองตอนแต่งงานไม่ได้แต่งที่ญี่ปุ่นเพราะทราบว่าค่าใช้จ่ายสูงจนฉันอาจจัดงานที่ไทยได้อย่างน้อย 3 หน ฉันเลยจัดแต่ที่เมืองไทย (แต่หนเดียวนะ)
       
       เพื่อนญี่ปุ่นเคยถามว่าพวกฉันเชิญแขกกี่คน พอฉันบอกไปว่าสามร้อยคน ซึ่งถือว่าเป็นงานขนาดเล็กแล้วสำหรับในกรุงเทพฯ เพื่อนฉันตาโตอุทาน “โห! ยังกะพวกดาราเขาแต่งกันแน่ะ”  ลยถึงคราวฉันตาโตบ้างเพราะคิดว่าถ้าเป็นดาราคงต้องรู้จักคนเยอะ น่าจะเชิญกันทีอย่างต่ำไม่น้อยกว่าพันคน อดคิดไม่ได้ว่าถ้าดาราญี่ปุ่นต้องจำกัดแขกในงานแต่งอยู่แค่ไม่กี่ร้อยแบบนี้คงลำบากใจไม่น้อยเลยว่าจะเชิญใครดี
       
       พอคู่บ่าวสาวแจ้งข่าวว่าจะแต่งงานแก่ผู้ที่ต้องการเชิญแล้วก็จะส่งบัตรเชิญมาให้ล่วงหน้า 2-3 เดือนก่อนวันงาน และมีไปรษณียบัตรแนบมาพร้อมกันเพื่อให้ตอบรับอีกครั้งว่าไปร่วมงานได้หรือไม่ ซึ่งผู้ถูกเชิญจะต้องตอบกลับภายใน 1-2 เดือนก่อนวันงานเพื่อให้คู่บ่าวสาวสามารถกะจำนวนคนที่แน่นอน จัดที่นั่ง และเตรียมอย่างอื่นได้ทันเวลา

หลากเรื่องน่าตกใจ !! กับงานแต่งงานคนญี่ปุ่น
ไปรษณียบัตรสำหรับตอบรับว่าจะไป/ไม่ไปร่วมงานแต่ง ภาพจาก http://www.bouquet-paper.com
        ประเด็นสำคัญในงานแต่งงานของคนญี่ปุ่นที่เป็นที่รับได้ยากสำหรับคนชาติอื่น ๆ ก็คือ ถ้าเขาเชิญใคร ก็คือเชิญแค่คนคนนั้นที่ระบุไว้บนบัตรเชิญเท่านั้น ไม่มีการพาแฟนพาสามีพาภรรยาของเราไปเด็ดขาด ยิ่งพาเพื่อน พาลูกหลานวงศาคณาญาติแห่กันไปร่วมงานนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง และเพื่อนบางคนที่สนิทกันพอสมควรก็อาจจะไม่ได้รับเชิญให้ไปด้วยซ้ำ ซึ่งนี่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับความไม่ชอบหน้าแต่อย่างใด
       
       พอถามคนญี่ปุ่นว่าทำไมเวลาแต่งงานถึงไม่เชิญสามีหรือภรรยาของคนที่ถูกเชิญมาด้วย คนถูกถามดูจะสับสนต่อคำถามเพราะนั่นเป็นเรื่องที่เขาทำกันเป็นปกติโดยไม่ต้องคิด บางคนก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน ไม่เคยคิดเลย บางคนก็ตอบว่าคงเพราะญี่ปุ่นไม่ได้มีสถานที่จัดงานใหญ่ๆ มั้ง จะให้เชิญกระทั่งคนไม่รู้จักกันแบบไทยไม่ได้หรอก (เอ๊ะ ยังไง)
       

       พอฉันบอกว่าแต่ในประเทศอื่น ๆ (เช่น อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เกาหลี ฯลฯ) อย่างน้อยตามธรรมเนียมแล้วเขาเชิญคู่ครองให้มาร่วมงานไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักกันก็ตาม ไม่อย่างนั้นคนที่ได้รับเชิญก็สามารถถามคู่บ่าวสาวได้ว่าจะพาคู่มาได้หรือไม่ เท่าที่เคยได้ยินมามีแต่ญี่ปุ่นที่แรก (และอาจจะที่เดียว) นี่แหละที่ไม่เชิญ เพื่อนคนนี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่าน่าจะเพราะคนถูกเชิญต้องเสียเวลามาและยังต้องเสียเงินให้ซองแก่คู่บ่าวสาว ดังนั้นการให้คนไม่รู้จักหรือไม่สนิทต้องมาเดือดร้อนร่วมงานจึงถือเป็นเรื่องเสียมารยาทกับผู้ถูกเชิญ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่จะเพิ่มขึ้นก็อาจมีส่วนบ้างที่ทำให้ไม่ได้เชิญ แต่ไม่มากเท่าเหตุผลแรก 
       
       จากที่สำรวจมาคร่าวๆ ค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานโดยเฉลี่ยทั่วประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ราว 2.5 ล้านเยนต่อแขก 55 คน ตกเป็นเงินไทยราว ๆ 7.5-8.8 แสนบาท (ถ้าค่าเงินเยนอยู่ที่ 0.30-0.35 บาทต่อเยน) ซึ่งอาจราคาต่ำหรือสูงกว่านี้ขึ้นอยู่กับว่าจัดที่ไหนด้วย
       
       นอกจากนี้เจ้าภาพยังต้องเตรียมของชำร่วยให้แขกอีกหลายอย่างแยกไว้เป็นถุง ๆ ของชำร่วยพวกนี้ยังต้องคำนึงถึงคนรับด้วยว่าเป็นชายหรือหญิง เป็นคนวัยใด เป็นเจ้านายที่ทำงาน หรือญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อน ซึ่งของพวกนี้ก็จะให้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ราคาของชำร่วยก็ไม่เท่ากัน (เพราะแขกที่มาร่วมงานก็ให้ซองมาไม่เท่ากัน จะให้เท่าใดขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในฐานะใดของคู่บ่าวสาว) ของชำร่วยถุงหนึ่ง ๆ มีราคาตั้งแต่ 3,000-10,000 เยน (เฉลี่ย 1,000-3,500 บาท) จากประสบการณ์ที่เคยไปร่วมงานในฐานะลูกพี่ลูกน้องและเพื่อนนั้น โดยมากแล้วของชำร่วยจะประกอบไปด้วยขนมจำพวกเบเกอรี่ดี ๆ 1 กล่องใหญ่ และจานชามหรือถ้วยหรูหราสวยงามเข้าชุดกัน 1 คู่ หรืออาจเป็นแคตาล็อกให้แขกกลับไปเลือกของที่ต้องการได้เองโดยส่งไปรษณียบัตรที่แนบมากับแคตาล็อกไปแล้วจะได้รับของส่งมาให้ทางไปรษณีย์

หลากเรื่องน่าตกใจ !! กับงานแต่งงานคนญี่ปุ่น
ภาพจาก http://ameblo.jp/lemail
        ในส่วนของผู้ได้รับเชิญไปร่วมงานก็ต้องเตรียมซองเฉพาะสำหรับงานแต่งงาน วิธีเขียนบนซองนี้ก็จะมีรายละเอียดอีกซึ่งขอละเว้นไว้ในที่นี้ ถ้าเป็นเพื่อนกันจะให้ 30,000 เยน (ตกประมาณ 9,000-10,000 บาท) ถ้าเป็นญาติกันหรือเป็นผู้ใหญ่ในที่ทำงานจะให้ 50,000 เยน (ราว ๆ 15,000-17,500 บาท) ถ้าเป็นคู่สามีภรรยาไปร่วมงานก็ให้รวมกันได้ตั้งแต่ 50,000-100,000 เยน แต่ถ้าคู่สามีภรรยานั้นเป็นญาติผู้ใหญ่ใกล้ชิด พี่น้อง หรือลูกพี่ลูกน้องใกล้ชิดกับเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวก็จะให้รวมกัน 100,000 เยน ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย เพราะฉะนั้นถ้าได้รับเชิญไปงานแต่งงานติด ๆ กันนี่คนถูกเชิญมีสิทธิ์ถังแตกได้เหมือนกัน
       
       ตัวเลขตัวแรกของจำนวนเงินที่ใส่ซองให้คู่บ่าวสาวต้องเป็นเลขคี่เท่านั้น เพราะเขาถือว่าถ้าเป็นเลขคู่แล้วมันหารสองได้เหมือนเป็นลางบอกว่าคู่บ่าวสาวจะต้องเลิกรากัน สมัยนี้คนที่ถือเรื่องพวกนี้มีน้อยลงบ้าง แต่โดยมากก็ยังไม่ค่อยกล้าแหกกฎ เลยยังคงถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันทั่วไป

หลากเรื่องน่าตกใจ !! กับงานแต่งงานคนญี่ปุ่น
        งานแต่งงานของญี่ปุ่นมีหลายขั้นตอน เริ่มตั้งแต่งานที่เป็นพิธีการที่ตามมาด้วยงานเลี้ยงหลังพิธี และงานเลี้ยงรอบสอง การแต่งกายไปร่วมงานแต่งงานที่เป็นพิธีการและงานเลี้ยงหลังพิธีนั้น ผู้ชายใส่สูทผูกเนคไทสีขาว ผู้หญิงสวมชุดที่ไม่เปิดให้เห็นไหล่หรือสั้นจนเกินไป ถ้าเป็นชุดเปิดไหล่ก็ต้องมีผ้าคลุมไหล่ ไม่ก็เสื้อตัวจิ๋ว ๆ คลุมทับ ผ้าคลุมไหล่นี้มักเอามาผูกไว้ข้างหน้าหรือข้างหลัง บางคนติดโบว์ติดดอกไม้อันโต ๆ ดูเหมือนจับเอาทั้งตัวห่อเป็นของขวัญ เรียกได้ว่าผ้าคลุมไหล่เด่นเกินชุดเสียอีก รู้สึกน่าเสียดายมากที่คนญี่ปุ่นอุตส่าห์ใส่ชุดสวยงามที่เขาออกแบบมาสำหรับเปิดให้เห็นไหล่ แล้วกลับเอาอะไรไปคลุมทับเสียมิดชิด ส่วนอื่นของชุดที่ดูสวยก็เลยพลอยไม่เห็นไปด้วย

หลากเรื่องน่าตกใจ !! กับงานแต่งงานคนญี่ปุ่น
ภาพจาก https://www.mwed.jp/manuals
        สำหรับงานเลี้ยงรอบสองนั้นก็มีเรื่องน่าตกใจอีกค่ะ เพราะงานนี้แขกผู้มาร่วมงานต้องเป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารเอง! ตอนแรกที่ฉันอ่านเนื้อหาของอีเมลที่เชิญและเห็นว่ามีค่าเข้าร่วมงานระบุไว้ด้วย ฉันรู้สึกว่ามันจะเป็นไปได้หรือที่มีการบอกให้แขกเป็นผู้จ่าย ฉันเลยนึกว่าตัวเองอ่านผิด กว่าฉันจะรับได้นี่ใช้เวลานานเหมือนกัน (ถ้าจะมีอะไรที่ฉันรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นไม่มีมารยาทก็คงไม่พ้นเรื่องธรรมเนียมงานแต่งงานนี่แหละ (ฮา) แต่นั่นก็เป็นมุมมองตอนที่ฉันยังไม่คุ้นกับเรื่องนี้ ตอนนี้ชินแล้วก็ไม่ได้คิดอะไร)
       
       คืองานเลี้ยงรอบสองนี้เป็นงานสนุกสนานระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาวและเพื่อน ๆ ซึ่งแขกส่วนมากที่มาร่วมงานคือคนที่คู่บ่าวสาวไม่ได้เชิญไปพิธีแต่งและงานเลี้ยงหลังพิธีในตอนเช้า หรือไม่ถ้าสนิทกันก็อาจจะได้รับเชิญมาทั้งสองงาน งานเลี้ยงรอบสองนี้จะจัดในร้านอาหารแบบเหมาทั้งร้าน แขกไม่ต้องให้ซองคู่บ่าวสาว แต่จ่ายเป็นค่าเข้าซึ่งตกประมาณคนละ 6,000-7,000 เยน (ประมาณ 1,800-2,450 บาท) ในงานเป็นงานเลี้ยงแบบค็อกเทลชวนท้องกิ่วให้ต้องหาอะไรโซ้ยต่อหลังงานเลิก ไม่ก็เป็นขนมขบเคี้ยวกินเล่น ด้วยความไม่มีพิธีรีตรองหรือแบกภาระค่าใช้จ่ายมากทั้งสำหรับคู่บ่าวสาวและแขกที่มาร่วมงานเหมือนอย่างงานพิธีและงานเลี้ยงตอนเช้า คนญี่ปุ่นหลายคนก็จะรู้สึกโอเคกับการงานแบบนี้มากกว่า แขกสามารถแต่งตัวได้อย่างอิสระมากกว่างานพิธี คือใส่ชุดเหมือนไปงานปาร์ตี้ได้ ผู้หญิงแต่งชุดเปิดไหล่ได้ แต่จะไปร่วมงานหรือไม่ก็ยังต้องแจ้งตอบกับทางคู่บ่าวสาวล่วงหน้าอยู่ดี และพอไปถึงงานก็ไปยืนต่อแถวหน้าแคชเชียร์ ซึ่งพนักงานก็จะเช็คดูว่ามีชื่อเราไหม และให้เราชำระเงินก่อนเข้าไปในร้าน
       
       นี่ก็เป็นธรรมเนียมและมารยาททั่วไปในการเชิญและรับเชิญไปงานแต่งงานของคนญี่ปุ่น อาทิตย์หน้าฉันจะมาเล่าบรรยากาศภายในงานแต่งงานคนญี่ปุ่นให้ฟัง อย่าลืมรออ่านกันนะคะ
       
       

       "ซาระซัง" สาวไทย ที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017