#MGRTOP7 : "ยิ่งลักษณ์" เงินฉันหาย - "สกลนคร" จมบาดาล - "กระเป๋ารถเมล์" ทำดีแต่ไม่ได้ใจ

โดย MGR Online   
30 กรกฎาคม 2560 05:24 น.
#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
หมายเหตุ : ภาพพื้นหลังจากสำนักข่าวอิศรา
        MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง www.manager.co.th และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7
       
       (สรุปข่าวประจำวันที่ 22-28 ก.ค. 2560)

#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
        อันดับ 1 : ก่อนโค้งสุดท้าย! อายัดเงิน "ยิ่งลักษณ์" เจ้าตัวโวยถอนไม่ได้ โร่ร้องศาลปกครอง
       
       แม้คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะแถลงการณ์ปิดคดีด้วยวาจาต่อศาลวันที่ 1 ส.ค. และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค. แต่พบว่า คณะกรรมการสืบทรัพย์กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ได้ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวม 12 บัญชี ให้กับกรมบังคับคดีไปเรียบร้อยแล้ว พบว่าเมื่อวันที่ 25 ก.ค. มีรายงานว่า กรมบังคับคดีประสานกับทางธนาคารที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีเงินฝาก เพื่อระงับการทำธุรกรรม โดยทางธนาคารแจ้งเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกอายัดบัญชีทั้งหมด 7 บัญชี เป็นของธนาคารกรุงเทพ ทั้งหมด ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีความพยายามสร้างเงื่อนไขเพื่อชี้นำคดี ไม่รอคำสั่งศาลปกครองที่ได้ขอให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุว่า ยังไม่ได้มีการไปยึดทรัพย์ใคร เป็นแต่เพียงการเตรียมการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่โซเชียลมีเดียของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ได้ยึดและถอนเงินในบัญชีของตนไปแล้ว
       
       ต่อมาวันที่ 27 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ยอมรับว่ากรมบังคับคดี ได้ถอนเงินจาก 5 บัญชีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมแล้วมีเงินเป็นหลักแสนบาท จาก 16 บัญชีที่ถูกอายัดไว้ ซึ่งถือเป็นอำนาจตามกฎหมาย แต่ยังไม่ได้ถูกส่งเข้าคลังทันที เนื่องจากเป็นการยึดตามคำสั่งทางคดีปกครอง ที่เหลืออีก 11 บัญชีนั้นยังไม่มีการแตะต้องแต่อย่างใด เป็นการดำเนินการทางปกครองจากความเสียหายที่เกิดแก่รัฐ ซึ่งถ้าพบก็ยึดได้ทันที และมีอายุความ 10 ปี คนละส่วนกับกรณีของศาลฎีกา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ชะลอยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว เพื่อรอฟังคำสั่งศาลปกครอง หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบอำนาจให้นายนพดล หลาวทอง ทีมทนายยื่นคำร้องให้ทุเลาการยึดทรัพย์ และศาลได้รับคำร้อง อยู่ระหว่างการพิจารณา ระหว่างนั้นศาลปกครองได้ส่งหนังสือไปยังกรมบังคับคดีให้ตอบคำถาม 2 ข้อ หากศาลทุเลาการบังคับคดี จะทำให้เกิดความเสียหายอะไรหรือไม่ และจะคัดค้านการทุเลาหรือไม่

#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
        อันดับ 2 : พิษ "เซินกา" คำชะโนดท่วม - อุโมงค์รถไฟถล่ม - "สกลนคร" อ่างเก็บน้ำทะลัก
       
       นับตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนเซินกา ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน กระทั่งอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำ ก่อนเคลื่อนผ่านประเทศลาว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ กระทั่งคืนวันที่ 25 ก.ค. ได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้จังหวัดทางภาคอีสานและภาคเหนือเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ อาทิ เกาะคำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ น้ำได้ท่วมภายในเกาะคำชะโนดหมดแล้ว โดยเฉพาะต้นคำชะโนดเกือบทุกต้น เหลือเพียงบริเวณศาลปู่ศรีสุทโธและบริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ต้องปิดไม่ให้ประชาชนเข้าไปท่องเที่ยว อีกด้านหนึ่ง ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ดินจากเทือกเขาพังเหย อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ถล่มลงมาปิดเส้นทางรถไฟสายชุมทางแก่งคอย-ชุมทางบัวใหญ่ บริเวณปากทางเข้าอุโมงค์เขาพังเหย การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องเปลี่ยนการเดินรถไฟสายหนองคาย ไปใช้เส้นทางชุมทางถนนจิระ จ.นครราชสีมาแทน ก่อนจะตักดินออกจากรางและทำความสะอาดทางรถไฟสำเร็จ เปิดการเดินรถเมื่อค่ำวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา
       
       ที่สะเทือนใจที่สุดคงจะเป็น จ.สกลนคร เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 28 ก.ค. อ่างเก็บน้ำห้วยทราย บ้านน้อยหัวคู ต.ขมิ้น อ.เมืองฯ จ.สกลนคร ได้กัดเซาะจนออกจากกัน ขณะที่อ่างเก็บน้ำอีกหลายแห่งปริมาณน้ำล้นไหลออกท่วมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาเป็นวงกว้าง น้ำได้เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และเส้นทางคมนาคม แม้กระทั่งสนามบินจนต้องปิดทำการบิน ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้สรุปเมื่อวันที่ 29 ก.ค. มีน้ำท่วม 40 จังหวัด รวม 147 อำเภอ คลี่คลายแล้ว 21 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 19 จังหวัด โดย จ.สกลนคร ระดับน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำจากเทือกเขาภูพานไหลหลากลงมา ประกอบกับอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ปริมาณน้ำสูงกว่าระดับกักเก็บน้ำ ทำให้น้ำไหลหลากท่วมพื้นที่รวม 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสกลนคร อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอพังโคน อำเภอเต่างอย อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอพรรณานิคม และอำเภออากาศอำนวย ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,863 ครัวเรือน 23,538 คน อีกทั้งน้ำท่วมทางเข้าสนามบินและรันเวย์ จึงต้องประกาศปิดสนามบินสกลนครชั่วคราว

#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
        อันดับ 3 : เนี่ยเหรอรับใช้ชาติ! แฉเอา "พลทหาร" ไปทำงานร้านอาหารเมีย หักเงิน-ด่าเยี่ยงทาส
       
       เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. เฟซบุ๊กเพจ Social Hunter ได้โพสต์คลิปหญิงรายหนึ่ง ตำหนิชายทรงผมคล้ายทหาร 5 - 6 คน ที่มาใช้แรงงานในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ จ.ระยอง โดยได้ระบุข้อความว่า เป็นภรรยาทหารยศนาวาเอก สังกัดกองทัพเรือ นำพลทหาร 20 นายมาใช้งาน ตัดค่าไฟคนละ 300 บาท ใครหนีออกมาก็ถูกส่งตัวไปอยู่จังหวัดภาคใต้ ทั้งนี้ เนื้อหาภายในคลิปเป็นการตำหนิถึงค่าน้ำที่สูงกว่าปกติ บางคนนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องระหว่างเข้ายาม และเล่าถึงอดีตลูกน้องบางคน เอาวิชาความรู้ เอาอำนาจไปใช้ผิดที่ผิดทาง ทำให้โลกโซเชียลแสดงความไม่พอใจ และมองว่าเป็นการเอาพลทหารที่กินเงินเดือนภาษีไปรับใช้ธุรกิจส่วนตัว
       
       

       
       ต่อมามีการระบุว่า หญิงคนดังกล่าวคือภรรยาของ น.อ.(พิเศษ) นิวัธ ฮะเจริญ รองผู้อำนวยการการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ เจ้าของร้านอาหารต้นทางรัก ต.ทับมา อ.เมืองฯ จ.ระยอง ต่อมา น.อ.(พิเศษ) นิวัธ ชี้แจงว่า ยอมรับว่าภรรยาของตนมีร้านอาหารจริง มีคนที่ดูแล้วมาเล่าให้ฟัง จึงทราบว่า ในคลิปมีการพูดถึงตำแหน่งผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ ซึ่งตนเคยทำหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ไม่ใช่ตำแหน่งปัจจุบัน จึงตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงการปล่อยคลิปเก่าที่ถูกถ่ายมานานในช่วงใกล้แต่งตั้งโยกย้ายเดือน ก.ย. ซึ่งมีความตั้งใจปล่อยคลิปในช่วงนี้ ตนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง และมีคนต้องการปล่อยคลิปให้เกิดประเด็นขึ้นมา แต่ไม่อยากให้เรื่องเป็นคดีความ และไม่อยากให้มีข่าวมากไปกว่านี้

#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
        อันดับ 4 : ทำดีได้ดี...แต่ไม่ได้ใจ! "กระเป๋ารถเมล์" เก็บเงินล้านในเป้ไว้ให้ โดนด่า "ความดีจอมปลอม"
       
       เรื่องราวการทำดีได้ดี แต่ไม่ได้ใจครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค. นางสุมน มหิดุลย์ พนักงานเก็บค่าโดยสาร และ นายปุณณวิช ฉลองเนตรสดใส พนักงานขับรถประจำทาง ขสมก. สาย 511 ปากน้ำ-สายใต้ใหม่ เก็บกระเป๋าเป้สีดำ ภายในมีเงินสด 1,120,000 บาท ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นชายรายหนึ่ง ขึ้นจากสี่แยกบางนา ไปลงหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีจัมโบ้ สาขาสำโรง จ.สมุทรปราการ แล้วลืมไว้บนพื้นข้างเบาะที่นั่ง กระทั่งมาพบระหว่างทำความสะอาดรถ ภายในอู่หน้าฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ กระทั่งมีชายวัย 33 ปี แพทย์สูตินารีเวช เดินทางมาเข้าพบผู้จัดการฝ่าย ขสมก. พร้อมนำหลักฐานสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารที่มีการทำรายการถอนเงินจำนวน 1,120,000 บาท มาแสดงตัวเพื่อขอรับกระเป๋าคืน ผู้จัดการฝ่ายจึงได้แนะนำให้ นางสุมน และชายเจ้าของกระเป๋าเดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมทำการส่งมอบคืน เหตุการณ์ดังกล่าวนางสุมนได้ขนมมา 2 ห่อ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ในโลกโซเชียลถึงการทำความดีแต่ไม่ได้รับสิ่งตอบแทนทั้งที่มีเงินจำนวนมาก กระทั่ง รศ.ดร.ธีระพร วีระถาวร อดีตอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบเงินให้คนละ 5,000 บาทเพื่อให้กำลังใจ
       
       ต่อมา วันที่ 27 ก.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ต.กัลย์สรรค์ จันทรเสน เป็นผู้แทนพระองค์ นำกระเช้าดอกไม้พร้อมด้วยเสื้อพระราชทาน มามอบให้กับ นางสุมน และ นายปุณณวิช รวมทั้งพนักงาน ขสมก. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ แต่ภายหลัง เพจ "แหม่มโพธิ์ดำ" เพจสายดาร์คที่ไม่เปิดเผยตัวตน ไปคัดลอกข้อความจากเว็บไซต์ ThaiClinic.com อ้างว่าเป็นแพทย์คนดังกล่าวระบุว่า เรื่องดังกล่าวบิดเบือนไปจากความเป็นจริง เพราะตนไปตามกระเป๋าถึงอู่ และไม่พอใจมากที่มีคนรื้อกระเป๋าของตน อ้างว่าอู่ไม่มีสิทธิ์ เพราะขนาดสนามบินยังไม่ทำแบบนี้ ส่วนถุงขนม 2 ถุงที่ให้กระเป๋ารถเมล์ไปเพราะพูดกับนายท่าว่า "วันนี้มีขนมให้ลูกที่บ้านกินแล้ว" อีกทั้งไม่พอใจที่อยากให้ถ่ายภาพและสัมภาษณ์เป็นเหตุการณ์ไว้เป็นการโปรโมทองค์กร และยังขอร้องให้ช่วยเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพราะตนไม่สะดวก และไม่พอใจที่สื่อนำเสนอข่าวเชิดชูความดีจอมปลอม อย่างไรก็ตาม นางสุมน ยืนยันว่าตนทำไปตามหน้าที่ ส่วนถุงขนมนั้นตนพูดเล่นกับนายท่า ไม่มีอะไรจะพูดกับหมออีก เสียใจมาก แต่คิดว่า ความจริงก็คือความจริง เชื่อว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจ
       
       


#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
ภาพจากยูทูป UOB THAI
        อันดับ 5 : ทั้งเฮทั้งเงิบ! แบงก์ชาติคุมรูดปรื๊ด ลดดอกเบี้ยเหลือ 18%-สมัครใหม่ออกบัตรเข้ม
       
       นับเป็นข่าวดีเล็กๆ ของคนที่ถือบัตรเครดิต 6.7 ล้านคน 19.8 ล้านใบ แต่จะส่งผลกระทบต่อคนที่ทำงานหลังเรียนจบใหม่ๆ หรือคนที่ไม่เคยมีบัตรเครดิตมาก่อน เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย จะออกมาตรการการดูแลสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ มีผลวันที่ 1 กันยายน 2560 ให้เหตุผลว่า ต้องการดูแลการก่อหนี้สินของภาคครัวเรือนให้เหมาะสมขึ้น เพราะที่ผ่านมา หนี้ครัวเรือนของประเทศสูง อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจระยะยาว โดยมีสาระสำคัญ คือ ปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตลง จาก 20% ลดเหลือ 18% จะใช้ทั้งลูกค้าเก่า และ ลูกค้าใหม่ แต่จะไม่ใช้บังคับสำหรับรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีการกำหนดระยะเวลาการผ่อนชำระที่ชัดเจนก่อนหน้านี้ เช่น รายการแบ่งจ่าย หรือรายการส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) ต่างๆ
       
       แต่สำหรับคนที่สมัครบัตรใหม่ จะมีมาตรการวงเงินบัตรเครดิต เปลี่ยนเป็น รายได้น้อยกว่า 30,000 บาท อนุมัติไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้, น้อยกว่า 50,000 บาท อนุมัติไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ มากกว่า 50,000 บาทขึ้นไป อนุมัติวงเงินสูงสุด ไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เช่น บัตรกดเงินสด เปลี่ยนเป็น รายได้น้อยกว่า 30,000 บาท อนุมัติไม่เกิน 1.5 เท่า ของรายได้ 1 คน ขอสมัครสินเชื่อเงินสดได้ไม่เกิน 3 ราย วงเงินอนุมัติไม่เกิน 4.5 เท่าของรายได้ มากกว่า 30,000 บาท อนุมัติไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ โดยจะใช้เฉพาะลูกค้าใหม่ ส่วนลูกค้าเดิมจะไม่ได้รับผลกระทบ การออกมาตรการบัตรเครดิต ส่งผลให้ราคาหุ้นบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตบางแห่งต่ำลง ขณะที่สถาบันการเงินบางแห่ง ระบุว่า การออกมาตรการนี้ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยลดลง แต่ก็เป็นความหวังดีของแบงก์ชาติที่ต้องการดูแลวินัยทางการเงิน

#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
        อันดับ 6 : ทลายแก๊งค้ายา-อาวุธ! เว็บ Alpha Bay ใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง อายัดทรัพย์ 700 ล้าน
       
       ผลงานปฏิบัติการ “BAYONET” หรือความร่วมมือระหว่างประเทศไทย สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส สเปน เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง ไซปรัส ลิทัวเนีย เพื่อทลายแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 ก.ค. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) แถลงข่าวจับกุมนายอเล็กซานเดร แคส อายุ 26 ปี สัญชาติแคนาดา และ นางสุนิสา แคส เทพสุวรรณ์ ภรรยา พร้อมทรัพย์สินทั้งอสังหาริมทรัพย์ 3 แห่ง รถยนต์หรู 3 คัน รถจักรยานยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 1 คัน เงินสกุลดิจิตอลกว่า 300 ล้านบาท คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 726 ล้านบาท หลังได้รับการประสานจากสำนักปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย (DEA) และสำนักงานสอบสวนกลาง สหรัฐอเมริกา (FBI) ว่านายอเล็กซานเดร เปิดเว็บไซต์ Alpha Bay เพื่อเป็นช่องทางสั่งซื้อยาเสพติด อาวุธสงคราม และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ กว่า 2 แสนรายการ มีผู้ค้ากว่า 4 หมื่นคน และมีผู้เข้าใช้บริการกว่า 2 แสนคน
       
       

       
       เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้จับกุมนายอเล็กซานเดร ในหมู่บ้านไพรเวทเฮ้าส์ ถ.พุทธมณฑล สาย 3 พร้อมภรรยา ก่อนควบคุมตัวไว้ที่ บช.ปส. เพื่อรอส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่วันที่ 12 ก.ค. เวลาประมาณ 07.35 น. นายอเล็กซานเดรได้ใช้ผ้าเช็ดตัวผูกคอทำให้เสียชีวิตที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าสาเหตุการตายเกิดจากภาวะขาดอากาศหายใจ นอกจากนี้ ในสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์กระทู้จากเว็บไซต์พันทิป ระบุว่าเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ได้ดำเนินโครงการประกอบคอมพิวเตอร์โดยใช้ชื่อว่า “บลูเพิร์ล” (Blue Pearl) ใช้น้ำเพื่อระบายความร้อนจากซีพียู และ การ์ดจอ สั่งซื้ออุปกรณ์ทั้งหมดรวมกัน 2 ล้านบาท อธิบายทุกขั้นตอนพร้อมภาพประกอบ ใช้เวลาประมาณ 11 วัน กระทั่งเสร็จสมบูรณ์ ส่วนการทดสอบความเร็ว พบว่า การบูตเครื่องใช้เวลาเพียง 7.8 วินาที อุณหภูมิซีพียู 26 องศาเซลเซียส และน้ำหนักเครื่องทั้งหมด 82 กิโลกรัม เมื่อทดสอบความเร็วเครื่องพบว่าเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่แรงติดอันดับโลก และแรงที่สุดในไทยอีกด้วย

#MGRTOP7 : ยิ่งลักษณ์ เงินฉันหาย - สกลนคร จมบาดาล - กระเป๋ารถเมล์ ทำดีแต่ไม่ได้ใจ
        อันดับ 7 : ตายเพราะคำว่ารอ! ญาติโวย รพ.รัฐเมืองเพชรปล่อยคนไข้ดับ-แพทย์แจงโรคนี้ 1 ในล้าน
       
       นับวันวิชาชีพบุคลากรทางสาธารณสุขของไทย มักจะถูกสังคมตำหนิถึงคุณภาพการรักษา และเกิดผู้เสียหายทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เฉกเช่นเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Nu-sajee Kornrawee” โพสต์ภาพและวิดีโอคลิป ระบุว่า น้องชายมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง จนต้องส่งตัวฉุกเฉินจากโรงพยาบาลชะอำ ไปยังโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เช้า พบว่า พยาบาลบอกให้นั่งรอ ทั้งๆ ที่น้องชายปวดท้องอย่างทรมาน จนนั่งไม่ติดเก้าอี้ อีกทั้งใบหน้าก็บวมขึ้นจากเดิม กระทั่งเกิดอาการช็อก หมดสติ ล้มลงไป พยาบาลได้ทำการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) จนรู้สึกตัว ถึงได้เข้าตรวจ เข้าเอกซเรย์ ได้เข้าฉีดสี เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ จนรู้ว่า เส้นเลือดใหญ่ในกระเพาะอาหารแตก หลังจากนั้น น้องชายเกิดอาการน็อกอีกหนึ่งครั้ง จึงได้ทำการปั๊มหัวใจ แต่พบว่าเสียชีวิตลง เพราะคำว่ารอคำเดียวเท่านั้น เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้โลกโซเชียลร่วมไว้อาลัยและตั้งคำถามถึงมาตรฐานการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐ
       
       นพ.สาธิต รัตนศรีทอง ผอ.รพ.พระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ชี้แจงว่า ผู้เสียชีวิตมีภาวะเส้นเลือดใหญ่บริเวณทรวงอกโป่งพองและแตก ทำให้เสียเลือดมากอย่างรวดเร็ว เป็นโรคที่พบได้น้อย ประมาณ 5 ใน 1 ล้านคน แพทย์ได้ให้การรักษาอย่างเต็มที่ ไม่ได้ปล่อยให้ผู้ป่วยรอนาน แต่ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนของการรักษาและส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี เพื่อส่งตัวไปผ่าตัดเปิดหน้าอกและต่อเส้นเลือด โดยได้มีมาตรการเยียวยาตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นพ.ประจักษ์ วัฒนกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี กล่าวขอโทษต่อครอบครัว ยอมรับว่าโรคดังกล่าวเกินความสามารถที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าจะรักษาได้ พร้อมปรับปรุงแก้ไขการให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งหมด ส่วนพยาบาลรายหนึ่งกล่าวว่า หลังถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เครียดและรู้สึกท้อแท้ อีกทั้งหลังเกิดเรื่อง ผู้ป่วยมองด้วยสายตาที่แปลกไปจากเดิม ทำให้รู้สึกกดดันและอึดอัด จึงวอนขอให้สังคมเข้าใจถึงหัวอกของพยาบาลทุกคน

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017