#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง

โดย MGR Online   
5 สิงหาคม 2560 10:48 น.
#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง www.manager.co.th และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7
       
       (สรุปข่าวประจำวันที่ 30 ก.ค. - 4 ส.ค. 2560)

#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        อันดับ 1 : ศาลยกฟ้อง “สมชาย-พัชรวาท” สลายชุมนุม 7 ตุลาฯ - “พันธมิตรฯ” ทวงความยุติธรรม จี้ ป.ป.ช. อุทธรณ์
       
       เหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2551 ในยุครัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ทำให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิต 2 ราย คือ น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ หรือน้องโบว์ และ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี หรือสารวัตรจ๊าบ ผ่านไปเกือบ 9 ปี ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ยกฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยให้เหตุผลว่า ตำรวจปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนรักษาความสงบ กรกฎ 48 เท่าที่จะทำได้ในขณะนั้น จึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสาม มีเจตนาพิเศษเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำร้ายผู้ชุมนุมให้ได้รับอันตรายแก่กาย และเสียชีวิต
       
       

       
       

       
       

       
       

       
       ด้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ระบุว่า กลุ่มพันธมิตรฯ เคารพต่อคำพิพากษา แต่ไม่เห็นด้วยและมีความคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงหลายประการ ขัดแย้งกับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สมควรต้องอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาฯ ต่อไป และเห็นควรตั้งคณะทำงานติดตามการดำเนินคดี โดยมอบหมายให้ นายวีระ สมความคิด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน นายประพันธ์ คูณมี นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นคณะทำงานในกรณีนี้ ซึ่งจะดำเนินการในทุกช่องทางทางกฎหมาย ทุกวิถีทาง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมแก่ประชาชนจนถึงที่สุด และมีมติมอบหมายให้ นายวีระ สมความคิด ร่วมกับผู้เสียหาย ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 11.00 น.

#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        อันดับ 2 : ประเทศเฮงซวย! "อิมเมจ เดอะวอยซ์" หงุดหงิดรอรถเมล์นาน ชาวเน็ตด่ายับ
       
       กลายเป็นที่วิจารณ์ในโลกโซเชียลแบบไฟลามทุ่ง สำหรับ "อิมเมจ เดอะวอยซ์" หรือ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ ผู้เข้าประกวดระดับรองชนะเลิศในรายการเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์ ซีซั่น 3 เมื่อวันที่ 2 ส.ค. โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ถึงปัญหาระบบขนส่งสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา ว่า "เอาจริงๆนะ แค่ทำให้รถเมล์รถตู้มาสม่ำเสมอทุกเส้นทางยังทำไม่ได้เลย จะเอาอะไรไปเจริญ ตลก ยินดีจะทำงานหนัก ยินดีจ่ายภาษีที่แพงกว่านี้ ถ้าสวัสดิการในชีวิตประจำวันจะดีกว่านี้ เหนื่อยใจ ไม่อยากเรียกที่นี่ว่าบ้าน ก่อนทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ว่า “ประเทศเฮงซวย จะอีก 50 ปีหรืออีก 1000 ปีก็ไม่เจริญขึ้นหรอก ยิงกูดิ" ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันรีทวีต แม้เธอจะลบข้อความพร้อมบอกว่า "พอก่อนเดี๋ยวโดนอุ้ม" แต่ก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์แบ่งออกเป็นสองฝ่าย
       
       ฝ่ายหนึ่งเห็นว่ามีความกล้าที่จะวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา แต่อีกส่วนตำหนิว่า ถึงบางอย่างไม่ดีแต่ก็ไม่ควรเหมารวมทั้งหมด ทำไมถึงดูถูกประเทศบ้านเกิด และบางคนถึงกับไล่ให้อิมเมจไปอยู่ประเทศอื่นก็มี ซึ่งบางความเห็นกลายเป็นดรามาโต้กันไปมา ส่วนคนบันเทิงก็วิจารณ์ร้อนแรงไม่แพ้กัน ดาราหนุ่ม แทค ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม tack_pharunyoo ว่า แม้บางอย่างจะไม่ดีแต่ก็มีส่วนน้อย ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่มาด่าว่าประเทศไทย ดูถูกประเทศไทย ยอมไม่ได้และรับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้นักแสดงหนุ่ม อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม จะแคปข้อความภาพของแทค ภรัณยู ไปลงในอินสตาแกรมของตัวเอง พร้อมกับบรรยายว่า "ใครจะเลวใครจะแย่ อย่าด่าประเทศไทย เพราะนี่ประเทศไทย ไม่ชอบก็อย่าอยู่" แต่ก็ปฏิเสธไปว่า ไม่ได้ตั้งใจด่าอิมเมจ แค่รู้สึกสำนึกบุญคุณประเทศ อีกอย่างไม่เคยโหนกระแสใคร

#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        อันดับ 3 : "เหยื่อของเกมการเมืองที่ลึกซึ้ง" อดีตนายกฯ "ยิ่งลักษณ์" แถลงปิดคดีจำนำข้าว
       
       กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตและเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวกว่า 5 แสนล้านบาท ใกล้จะปิดฉากลงแล้ว วันที่ 1 ส.ค. ได้แถลงปิดคดีด้วยวาจา โดยจัดเตรียมเอกสารเพื่อชี้แจงต่อศาล 19 หน้า รวม 6 ประเด็น ได้แก่ ตนถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ชอบด้วยกฎหมาย, นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายสาธารณะที่เป็นประโยชน์ และดำเนินการตามกฎหมาย, ไม่ได้เพิกเฉย ละเลย และไม่มีอำนาจระงับยับยั้งโครงการตามอำเภอใจ กระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการบริหารนโยบายรับจำนำข้าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรี, การไม่ระงับยับยั้งโครงการ เนื่องจากโครงการมีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายตามฟ้อง, ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลใดหรือโดยทุจริตตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาหรือ มาตรา 123/1 พ.ร.บ. ป.ป.ช. และไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในการระบายข้าว
       
       น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือสมยอมให้ทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี แต่ต่อมาปรากฏว่าโจทก์กลับนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการระบายข้าว 6 หมื่นแผ่น เพิ่มเติมเป็นพยานในชั้นไต่สวน เพื่อใช้ปรักปรำ ซึ่งตนเป็นเหยื่อของเกมการเมืองที่ลึกซึ้ง จึงหวังพึ่งศาลพิจารณาบนพื้นฐานข้อเท็จจริง และสภาวะแวดล้อมในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี นโยบายรับจำนำข้าวเป็นนโยบายสาธารณะที่มุ่งช่วยเหลือชาวนา ไม่ใช่พาณิชย์นโยบายที่คิดกำไร ขาดทุนกับชาวนาผู้ยากไร้และตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินที่มีทั้งฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ ต่างต้องรับผิดชอบงานของตนเอง ในฐานะผู้กำกับนโยบายไม่ใช่ในฐานะผู้ปฏิบัติ หากมีผู้ปฏิบัติกระทำผิดในขั้นตอนใด ย่อมเป็นความรับผิดชอบของบุคคลนั้นๆ ทั้งนี้ ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ชี้แจงว่า ไม่เคยต้องสั่งอะไรกับกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น โดยไม่ไปก้าวล่วง ถือเป็นหลักการของรัฐบาล

#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        อันดับ 4 : นักเรียน-นักเลง! "ปทุมวัน" แทง "อุเทนถวาย" ตาย หวั่นศิษย์ 2 สถาบันเปิดศึกล้างแค้น
       
       ปัญหานักเรียนตีกันยังคงเป็นเรื่องที่แก้ไม่หาย โดยเฉพาะสองสถาบันที่เคยมีเรื่องกันมาอย่างยาวนาน เมื่อวันที่ 1 ส.ค. วันคล้ายวันสถาปนาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ที่เป็นสถาบันคู่อริปิดการเรียนการสอนในวันนั้นเพื่อป้องกันปัญหา แต่ก็ยังเกิดเหตุสลดขึ้น เมื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ปะทะกับนักศึกษาช่างกลปทุมวัน บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ทำให้นายชานน รุ่งเรือง อายุ 20 ปี นักศึกษาอุเทนถวาย ถูกมีดแทงทะลุเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้องเสียชีวิต ทำให้ผู้บริหารช่างกลปทุมวันประกาศหยุดการเรียนการสอนนักศึกษาทุกชั้นปี และห้ามนักศึกษาเข้ามาภายในสถาบันฯ 1 สัปดาห์ หากนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืน สถาบันฯ จะพิจารณาโทษตามข้อบังคับ
       
       

       
       

       
       

       
       ต่อมาวันที่ 2 ส.ค. ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ นายศราวุธ โซะประสิทธิ์ อายุ 25 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ผู้ก่อเหตุใช้มีดแทงนายชานน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร สำหรับสาเหตุเกิดจากศิษย์เก่าของสถาบันหมดสภาพการเป็นนักศึกษาไปแล้วอยู่เบื้องหลัง พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน ได้เชิญผู้ปกครองมาสอบถามข้อมูล พบว่าพร้อมยินดีหากทางบุตรชายติดต่อเข้ามาจะให้มามอบตัวทันที แต่ยังติดต่อไม่ได้ ส่วนผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุและทำการยุยงปลุกปั่น ให้เกิดการทำร้ายร่างกายขึ้น ขณะนี้ทราบตัวแล้ว 3-4 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ ส่วนการแก้ปัญหาจะมีการกำหนดจุดพื้นที่ควบคุม (เรดโซน) และระยะยาวจะจัดตั้งคณะกรรมการทั้งสองสถาบันเพื่อยับยั้งปัญหา จัดกิจกรรมสร้างมิตรภาพ และกำหนดห้ามแต่งชุดสถาบันเวลาที่อยู่นอกรั้วสถานศึกษา

#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        อันดับ 5 : แค่ไหนเรียกยิงกัน! "ปู พงษ์สิทธิ์" ระทึก "พันจ่าอากาศเอก" ชักปืนจ่อก่อนแย่งชุลมุน
       
       อาจเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับนักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง "ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์" เมื่อคืนวันที่ 3 ส.ค. ขณะที่เจ้าตัวกำลังแสดงสดที่สถานบันเทิง ตะวันแดง อำนาจเจริญ ถนนอรุณประเสริฐ ต.บุ่ง อ.เมืองฯ จ.อำนาจเจริญ ระหว่างเล่นเพลง “รักเดียว” มีนักเที่ยวชายสวมเสื้อคลุมสีดำท่าทางเหมือนคนเมาเดินเข้ามาขอจับมือ แต่เมื่อเจ้าตัวยังคงตั้งหน้าตั้งตาร้องเพลงและเล่นกีตาร์ ชายคนดังกล่าวตัดสินใจชักอาวุธปืนออกมา ทำเอานักท่องเที่ยวตกตะลึง แต่ตรงเข้าไปหาและกระโดดแย่งปืนจนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่จะมีนักท่องเที่ยวและการ์ดล็อกตัวชายคนดังกล่าวออกไป กลายเป็นวีดีโอคลิปที่ฮือฮาบนโลกโซเชียล
       
       

       
       ทราบชื่อคือ พ.อ.อ.ภพไตร นาคสุวรรณ อายุ 48 ปี ทหารสังกัดกองบิน 21 จ.อุบลราชธานี กองทัพอากาศ ช่วยราชการสถานีโทรคมนาคมภูสิงห์ ต.เหล่าพรวน อ.เมืองฯ จ.อำนาจเจริญ เจ้าตัวอ้างว่าเป็นแฟนคลับ ปู พงษ์สิทธิ์ แต่ไม่พอใจที่เจ้าตัวไม่ยอมให้จับมือ อีกทั้งยังเมาสุรา ตำรวจ สภ.เมืองอำนาจเจริญได้ตั้งข้อหาข่มขู่และพกพาอาวุธปืน ก่อนทางผู้บังคับบัญชาของอีกฝ่ายจะได้ยื่นประกันตัวออกไป ส่วนเสียงวิจารณ์จากโลกโซเชียลว่าการรักษาความปลอดภัยอย่างหละหลวม ปล่อยให้มีบุคคลพกพาอาวุธเข้าไปในร้านนั้น ผู้จัดการร้านชี้แจงว่า ตอนที่พนักงานของร้านขอตรวจค้น ตัวลูกค้าคนดังกล่าวเดินเข้ามาพร้อมเพื่อน 3 คน และแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร พนักงานเลยไม่ได้ยึดอาวุธปืนไว้ ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น แต่นับจากนี้ไปจะเน้นย้ำในการตรวจตราอาวุธให้เข้มงวดขึ้นมากกว่าเดิม

#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        อันดับ 6 : น้ำท่วมอีสานยังอ่วม! นายกฯ วอนอย่าเถียง "เขื่อนแตก" ชงเงินชดเชยครัวเรือนละ 3 พัน
       
       พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ระบุว่า พายุเซินกาส่งผลกระทบ 35 จังหวัด จ.สกลนครเดือดร้อนมากที่สุด ทางราชการไม่คิดว่าฝนจะตกหนักขนาดนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า ขอให้ช่วยกันทำให้สถานการณ์ดีขึ้นโดยเร็ว ให้รัฐบาลมองการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นให้ได้ รวมถึงทรงห่วงใยเรื่องการกักเก็บน้ำในทุกพื้นที่ โดยให้ช่วยกันหาหญ้าแฝกปลูกไว้ริมอ่าง การขุดลอกทางระบายน้ำต่างๆ รับสั่งให้นำแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานไว้มาแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมกับวอนให้สื่ออย่าโต้แย้งกรณีอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นแตก เพราะไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่เป็นเพราะน้ำเกินปริมาณที่เราจะรับได้ ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 8 ส.ค. เตรียมเสนอพิจารณาเงินช่วยเหลือเร่งด่วนเฉพาะหน้าให้แก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ครัวเรือนละ 3,000 บาท จำนวน 5.7 แสนครัวเรือน โดยจะของบกลางประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท
       
       ด้านสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดต่างๆ ที่ จ.สกลนคร หลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. กระทั่งวันที่ 4 ส.ค. ระดับน้ำในเขตตัวเมืองสกลนครลดลง แต่มีปัญหาขยะที่ลอยมากับน้ำประมาณ 200-300 ตันต่อวัน ส่วนมวลน้ำจากเขื่อนน้ำอูนไหลลงลำน้ำห้วยคำมิด ไปยังแม่น้ำสงคราม และไหลลงสู่แม่น้ำโขง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย ส่วนมวลน้ำจากแม่น้ำลำปาว ที่ปล่อยลงเขื่อนลำปาวมากถึง 30 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อไหลลงสู่แม่น้ำชี ได้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ขณะที่แม่น้ำมูลต้องรับมวลน้ำจำนวนมหาศาลจาก จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ก่อนจะไหลรวมกันมุ่งหน้าไปยัง จ.อุบลราชธานี ส่งผลกระทบทำให้น้ำล้นตลิ่งไหลท่วมชุมชนสองฝั่งแม่น้ำมูลในตัวเมืองอุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบเป็นวงกว้าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ณ วันที่ 4 ส.ค. มีทั้งหมด 44 จังหวัด ผู้เสียชีวิต 27 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 34 จังหวัด คงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด ได้แก่ ภาคอีสาน 9 จังหวัด และ จ.พระนครศรีอยุธยา 1 จังหวัด

#MGRTOP7 : ทวงคืนความยุติธรรม “7 ตุลาเลือด” - “อิมเมจ” ประเทศเฮงซวย - “ยิ่งลักษณ์” เหยื่อการเมืองลึกซึ้ง
        อันดับ 7 : สลดใจ! 2 นักศึกษาไทยขับรถตกเหวในสหรัฐฯ ยังไม่ทราบชะตากรรม
       
       เหตุสลดใจกับนักศึกษาไทยในต่างแดนถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ญาติและเพื่อนของ น.ส.ทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์ หรือ มิน อายุ 24 ปี และนายภคพล ชัยรัตนทรงพร หรือ กอล์ฟ อายุ 28 ปี เพื่อนสนิท ซึ่งเป็นนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา ขาดการติดต่อไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค. หลังเช่ารถยนต์ไปเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ต่อมา พี่สาวของ น.ส.ทิวาดี โทรศัพท์คุยกับตำรวจเมืองรีดลีย์ ได้รับแจ้งว่าจากการสำรวจผ่านเฮลิคอปเตอร์ เห็นรถที่ทั้งคู่เช่าตกในเหวลึก 500 ฟุต บริเวงทางหลวงฟรีเวย์หมายเลข 180 สภาพรถจมน้ำครึ่งคัน จึงขอความช่วยเหลือทางสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ ในสหรัฐอเมริกา ช่วยตามหา และกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ ประสานงานไปยังสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส โดยข้อมูลล่าสุดก่อนจะหายตัวไปนั้น ทราบว่าทั้งสองได้พักที่โรงแรมรีดเลย์ อินน์ ห่างจากอุทยานแห่งชาติดังกล่าวประมาณ 1-2 ชั่วโมง
       
       

       
       ปฏิบัติการช่วยเหลือและตามหานักเรียนไทยทั้งสองคน เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากอยู่นอกพื้นที่ดูแลของสำนักงานตำรวจเมืองรีดเลย์ และไม่มีเครื่องมือที่พอเพียงเหมาะสม อีกทั้งสภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย ไม่สามารถเดินลงไปค้นหาได้ จึงได้ประสานไปยังหลายหน่วยงานเพื่อขอความช่วยเหลือ ปฏิบัติการช่วยเหลือและตามหานักเรียนไทยทั้งสองคน เป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากอยู่นอกพื้นที่ดูแลของสำนักงานตำรวจเมืองรีดเลย์ และไม่มีเครื่องมือที่พอเพียงเหมาะสม อีกทั้งสภาพภูมิศาสตร์และภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย ไม่สามารถเดินลงไปค้นหาได้ จึงได้ประสานไปยังหลายหน่วยงานเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยวิธีเดียวที่สามารถทำได้คือการใช้เรือเข้าไปในบริเวณซากรถ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่พบทั้งสองคน อีกทั้งประสบปัญหากระแสน้ำที่ไหลเร็วและแรง เพราะหิมะบนภูเขาละลายลงมาด้วย ขณะที่แม่และญาติของทั้งสองคน เดินทางมายังลอสแอนเจลิสเพื่อติดตามการค้นหานักศึกษาทั้งสองอย่างใกล้ชิด

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017