ชะตากรรมทั้งดีทั้งร้ายของพรรคประชาธิปัตย์

โดย ผู้จัดการรายวัน   
4 สิงหาคม 2560 13:32 น. (แก้ไขล่าสุด 5 สิงหาคม 2560 11:36 น.)
 ชะตากรรมทั้งดีทั้งร้ายของพรรคประชาธิปัตย์
        “หนึ่งความคิด”
        “สุรวิชช์ วีรวรรณ”
       
        ไม่ว่าผลการเลือกตั้งในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่กฎหมายบังคับให้รัฐบาลใหม่หลังจากนี้จะต้องเดินตาม “แผนยุทธศาสตร์ชาติ” ที่รัฐบาลชุดนี้จะวางไว้ เป็นเรื่องตลกร้ายเหมือนกันนะครับว่า คนที่ร่างยุทธศาสตร์ชาติที่บังคับให้ต้องใช้ไป20ปีที่แม้ดูแล้วจะมาตามตำแหน่งและได้รับการแต่งตั้งน่าจะเป็นคนที่มีอายุเกือบจะเกษียณอายุแล้วทั้งนั้น คนที่เกิดวันนี้เรียนจนอาจจะจบมหาวิทยาลัยยังต้องเดินตามกรอบที่บรรพชนวางไว้อยู่เลย
       
        ในภาวะที่โลกหมุนเร็วและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอย่าว่าแต่ 20ปีเลยครับ แค่ปีเดียวเราก็ตามการเปลี่ยนแปลงกันแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว คนที่เขียนกรอบและคาดการณ์อนาคตไว้ได้ถึง20ปีนี่ต้องไม่คนธรรมดาแน่ ดูในอดีตแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในยุคที่โลกยังหมุนช้าเขายังวางไว้กันแค่ 5ปีเปลี่ยนที แต่นี่เล่นขีดกรอบล่วงหน้าให้ต้องเดินตามกันไปถึง20ปีเลยทีเดียว ถ้ารัฐบาลใหม่เดินออกนอกกรอบก็จะถูกตรวจสอบแล้วส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาก็ลองดูกันไปว่าจะเป็นอย่างไร
       
        แต่ภาวะแบบนี้และรัฐธรรมนูญเขียนไว้แบบนี้ แม้จะเปิดช่องให้พรรคการเมืองแหกด่านออกจากอำนาจทหารได้ หากจับมือกันได้เกินครึ่งของ2สภาก็รู้กันว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะทางเดียวที่จะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จะต้องจับมือกัน
       
        เมื่อทางนั้นเป็นทางที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แน่นอนว่า นายกรัฐมนตรีหลังเลือกตั้งก็จะต้องเป็นคนนอกที่ถูกออกแบบไว้แล้วให้ส.ว.250เสียงมีอำนาจที่จะเลือกด้วยว่าเป็นใคร ภายในระยะเวลา5ปีถ้ารัฐบาลอยู่ครบ4ปี ส.ว.ก็สามารถเลือกนายกฯ ได้ 2ครั้ง ถ้าเดินไปตามนี้ก็จะยึดอำนาจบริหารได้ 2สมัย8ปี คนจึงคาดกันว่าหลังการเลือกตั้งเราจะอยู่ภายใต้กลไกที่คสช.เขียนเอาไว้อีก8ปีนับจากนี้ ลองคิดดูสิว่า8ปีสำหรับนักการเมืองที่ต้องอยู่ในภายใต้ของกลไกที่บังคับให้เดินอย่างไม่มีอิสระนั้นมันนานไหม
       
        ผมคิดว่าภาวะแบบนี้ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับพรรคเพื่อไทยนะ เพราะชัดเจนแล้วว่าเขาเดินคนละเส้นทางกับอำนาจรัฐตอนนี้แน่ไม่ว่าจะอยู่ไปอีกกี่ปี สิ่งที่พรรคเพื่อไทยน่าจะคาดหวังอย่างเดียวก็คือ ทำอย่างไรให้ได้รับเลือกตั้งมาเกินครึ่งของจำนวน ส.ส.250คน เพราะถ้าทำสำเร็จเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญฉบับมีชัยผูกปมเอาไว้จะทำให้การเลือกนายกฯ คนนอกยากเย็นขึ้นและอำนาจต่อรองจะอยู่ที่พรรคเพื่อไทยทันที แต่ถ้าไม่สำเร็จเขาก็อาจรอเวลาไปหรือเปลี่ยนตัวเล่นที่เข้ากับฝ่ายกุมอำนาจได้
       
        แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นี่ผมว่าเหนื่อยนะครับ โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งจำนวนมากนี่แทบจะไม่มีเลย เอาเข้าจริงๆแล้วสมาชิกพรรคที่น่าจะมีอยู่มากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกพรรคน่าจะสนับสนุนขั้วอำนาจหรืออำนาจทหารตอนนี้มากกว่าจะสนับสนุนหัวหน้าพรรคตัวเอง ดังนั้นในภาวะแบบนี้ใครเป็นหัวหน้าพรรคแทบจะไม่มีความหมายเลย
       
        ว่าไปแล้วก็สงสาร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะอุบัติเหตุทางการเมือง การต้องพึ่งพิงเสียงจากพรรคของเนวินทำให้ต้องยกกระทรวงสำคัญให้พรรคของเนวินเกือบหมด แล้วคนที่มีอิทธิพลในรัฐบาลตอนนั้นก็คือสุเทพ เทือกสุบรรณที่คอยเอาอกเอาใจกลุ่มเนวินทุกทางตอนนั้นสุเทพพยายามมากนะครับที่จะช่วยกลุ่มผู้ต้องหาคดี7ตุลาโดยการใช้มติ กตร.มายกเลิก แต่อภิสิทธิ์ยืนกรานไม่เห็นด้วยอันนี้เป็นเรื่องที่ต้องชื่นชมอภิสิทธิ์ แล้วตอนนั้นยังอยู่ในภาวะความขัดแย้งทางการเมืองสูงจนเกิดการจลาจลนองเลือดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ไม่ได้บริหารบ้านเมืองในภาวะปกติด้วยเสียงข้างมากที่จะดำเนินนโยบายได้ตามความต้องการของตัวเอง
       
        เมื่อมาเจอกับภาวะตอนนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ที่มวลชนของพรรคเชียร์ทหาร ภาวะการณ์ที่อภิสิทธิ์ผ่านบทบาทนายกรัฐมนตรีมาแล้วและไม่ค่อยเป็นที่ประทับใจกับกลไกและเงื่อนไขทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญผูกปมไว้ต้องยอมรับนะครับว่า โอกาสของอภิสิทธิ์นั้นมีน้อยลงแล้ว ดังนั้นสิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ จะนำพาพรรคประชาธิปัตย์อย่างไรให้ผ่าน 8 ปีนี้ไปได้ และใช้  8 ปีนี้เป็นโอกาสในการปรับปรุงตัวเอง
       
        ผมจึงไม่คิดว่าช่วงนี้จะมีใครมาแข่งหัวหน้าพรรคกับอภิสิทธิ์นะครับ เพราะแข่งไปก็ไม่น่าจะมีประโยชน์ ยังไงพรรคก็ไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่เพราะอยากที่จะไปรวมกับเพื่อไทยหรือได้ส.ส.เกินครึ่งแล้วมีอำนาจต่อรอง ยกเว้นว่ามีบางคนในพรรคที่ต้องการยึดครองพรรคเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับขั้วอำนาจตอนนี้ ดังนั้นจึงคิดว่าอภิสิทธิ์น่าจะเป็นหัวหน้าพรรคต่อไปยกเว้นเสียแต่ว่าอภิสิทธิ์จะเลือกทางเดินของตัวเอง
       
        แต่ผมคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะใช้เวลานี้ทบทวนบทบาทของตัวเอง ว่าจะอยู่อย่างไรในลักษณะที่การเมืองไทยถูกกำหนดด้วยภูมิภาคนิยมชัดเจนขึ้น ความจริงความเป็นภูมิภาคนิยมนี้เริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์นี่แหละ เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าอย่างไรคนใต้ก็เลือกพรรคประชาธิปัตย์จนกระทั่งคนของพรรคพูดอย่างย่ามใจว่า ส่งเสาไฟฟ้าลงคนก็เลือก จนกระทั่งภาวะแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีเสียงส.ส.จำนวนมาก กลายเป็นพื้นที่ที่คนปฏิเสธพรรคประชาธิปัตย์และไม่ว่าพรรคของทักษิณส่งใครลงเขาก็เลือก เมื่อเข้าอีสานไม่ได้เลือกตั้งกี่ครั้งก็แพ้พรรคของทักษิณทุกที
       
        พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องชั่งใจว่าในขณะที่การเมืองของนักการเมืองอาจถูกแช่แข็งไปอีก8ปีถ้าหากเดินไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญโดยที่ไม่มีอุบัติเหตุและวิกฤตการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ประชาธิปัตย์จะสร้างคนเพื่อเปลี่ยนผ่านคนรุ่นใหม่ในพรรคอย่างไร จะทำอย่างไรให้ภาวะที่ถูกปฏิเสธในภาคเหนือและอีสานกลับมาเป็นปกติที่สามารถส่งคนและสู้กันด้วยความรู้ความสามารถได้ หรือจะไปรอเอาดาบหน้าว่าคนรุ่นใหม่เจเนเรชั่นใหม่จะมีความคิดทางการเมืองและทัศนคติที่เปลี่ยนไป แต่นั่นก็ต้องวางแผนที่จะทำให้พรรคกลายเป็นพรรคที่ตรงกับเป้าหมายของคนรุ่นนั้นให้ได้
       
        ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามความเป็นพรรคเก่าแก่ที่สร้างขึ้นจากรากฐานของระบอบประชาธิปไตยทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีระบบของพรรคมวลชนมากที่สุด แม้บางครั้งจะอยู่ภายใต้อำนาจบารมีของตัวบุคคลบ้าง บางครั้งจะเกิดความแตกแยกบ้าง แต่ความเป็นสถาบันที่มีรากฐานเหนียวแน่นทำให้พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังคงเป็นพรรคการเมืองอยู่ได้จนทุกวันนี้
       
        อย่างไรก็ตามบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีคนพูดถึงมากก็คือการเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ดี จนกระทั่งถูกมองว่าเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วมักจะไม่มีความโดดเด่น สมัยที่ชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรี ถูกเรียกว่า เป็นปลัดประเทศเพราะเดินไปตามกลไของระบบราชการมากกว่าจะมีนโยบายที่โดดเด่น กลายเป้นชวน เชื่องช้า คนจำนวนมากไม่ค่อยประทับใจนักจนเกิดความเบื่อหน่ายแม้ว่าจะชวนจะมีภาพลักษณ์ที่ซื่อสัตย์ก็ตาม
       
        ความเบื่อหน่ายต่อรัฐบาลชวนนี่เองครับที่เป็นแรงบวกให้กับทักษิณที่เป็นภาพของคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในทางธุรกิจ และทำให้คนออกมาเลือกพรรคไทยรักไทยของทักษิณถล่มทลายเมื่อเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งแรก ที่ไทยรักไทยมีคือการเสนอนโยบายที่ใหม่แปลกแตกต่างไปจากกรอบระบบราชการที่พรรคการเมืองเดิมๆที่ได้บริหารประเทศและเข้าไปเพียงขับเคลื่อนเพื่อให้กลไกมันเดินหน้าต่อไปเท่านั้นเอง
       
        นั่นเท่ากับว่าพรรคประชาธิปัตย์จะถอดบทเรียนนี้ของพรรคเพื่อสร้างอนาคตใหม่อย่างไร
        ในอดีตนั้นพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นพรรคของนักพูดฝีปากกล้า เป็นพรรคทนายจึงขับความเป็นฝ่ายค้านให้โดดเด่นออกมา โดยเฉพาะนักการเมืองสายพันธุ์ปักษ์ใต้แล้วล้วนแต่ถอดลีลาโวหารออกมาจากเบ้าหลอมเดียวกันหมด คนรุ่นเก่าที่เล่าขานกันมาเป็นตำนานก็คือการเปิดอภิปราย พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ยาวนานถึง7วัน7คืน แต่พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่จะปรับตัวเองให้เป็นพรรคที่ทำเก่งมากกว่าพูดเก่งได้อย่างไร
       
        วันนี้การเมืองยังถูกห้ามเคลื่อนไหว อาจจะยังไม่เห็นทิศทางที่แจ่มชัดของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะมองเห็นชะตากรรมของตัวเองหรือไม่ ในวันที่มวลชนของพรรคกลายไปเป็นกองเชียร์ทหารกันหมด ถึงเวลาเลือกตั้งแล้วอาจจะเลือกพรรคของตัวเอง แต่ไม่อยากให้หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ หรืออาจไปเลือกพรรคอื่นที่เชียร์คนที่ชอบ มันย้อนแย้งกับอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นพรรคที่ต่อต้านเผด็จการแม้ว่าภววิสัยมันจะเปลี่ยนไปก็ตาม
       
        ดังนั้นจึงอยู่ที่ว่าหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารของพรรคหลังจากนี้จะทำอย่างไรเพื่อกำหนดทิศทางของตัวเองในสภาพประชาธิปไตยครึ่งใบก่อนกลับไปสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ
       
       อย่างไรเสียพรรคประชาธิปัตย์ที่ฝังรากลึกในทางการเมืองไทยมายาวนานก็น่าจะยังอยู่ แต่น่าจับตาดูว่าจะฝ่ากระแสคลื่นของความเป็นภูมิภาคนิยมและพลิกฟื้นสถานการณ์ของพรรคเพื่อรับกับการเมืองในอนาคตอย่างไร ไม่เช่นนั้นแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะกลายเป็นเพียงตำนานที่ยังคงมีลมหายใจเท่านั้นเอง
       
       ติดตามผู้เขียนที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan
       
       


จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017