จับตา 2 สนามบินเอกชน“พงัน-พังงา” “ป่าไม้” ยัน “ไม่มีซุ่ม” ไม่อนุมัติสร้างมั่วซั่ว

โดย ผู้จัดการรายวัน   
12 สิงหาคม 2560 06:02 น.
จับตา 2 สนามบินเอกชน“พงัน-พังงา” “ป่าไม้”  ยัน “ไม่มีซุ่ม” ไม่อนุมัติสร้างมั่วซั่ว
โครงการก่อสร้างสนามบินของ บริษัท กานต์นิธิ เอวิเอชั่น จำกัด หรือ “สายการบินกานต์แอร์” ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติท่าเสด็จ เกาะพะงัน ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี
        ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องสำหรับการดำเนินการขออนุญาตสร้างสนามบินของเอกชน 2 แห่งคือที่ คลองทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา และพื้นที่ท่าเสด็จ อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ทั้งสองแห่งนั้น มีสภาพเป็น “ป่าสงวนแห่งชาติ” ตามกฎหมาย
       
        แน่นอน “จำเลย” ของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น “กรมป่าไม้” ซึ่งวันนี้อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของ “นายชลธิศ สุรัสวดี” ที่ถูกมองว่า มีความใกล้ชิดกับกลุ่มทุนที่กำลังขออนุญาตสร้างสนามบินจนละเลยที่จะปกป้องป่าไม้ของชาติที่นับวันจะลดน้อยถอยลงไปทุกที
       
        นายชลธิศแจกแจงในประเด็นดังกล่าวว่า ขณะนี้ กรมป่าไม้ยังมิได้อนุญาตให้เอกชนรายใดเข้าไปใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในการสร้างสนามบิน เนื่องเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ
       
        สำหรับกรณีโครงการก่อสร้างสนามบินของ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบางกอกแอร์เวย์สในเขตป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งมะพร้าว ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ กำหนดเวลา 30 ปีนั้น โครงการนี้เป็นโครงการขนาดใญ่ที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน กรมป่าไม้ยังต้องรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่จะเป็นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เนื่องจากมีพื้นที่ติดกับทะเล กระทรวงคมนาคม รวมทั้งนโยบายของรัฐ ซึ่งมีหลายขั้นตอนก่อนที่จะนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่มีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป
       
        เช่นเดียวกับการขออนุญาตสร้างสนามบินของ บริษัท กานต์นิธิ เอวิเอชั่น จำกัด หรือ “สายการบินกานต์แอร์” จำนวน 143 ไร่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติท่าเสด็จ เกาะพะงัน ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า มีความพยายามที่จะอธิบายถึงการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิที่ถูกต้อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ก.ค. นายพิพิธ รัตนรักษ์ หรือ ส.จ.ภูมิ ส.อบจ.สุราษฎร์ธานี เขต อ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินก่อนที่จะขายต่อให้กานต์แอร์ก็ออกมาบอกว่า เดิมคนในพื้นที่เข้าไปครอบครองทำประโยชน์ปลูกสวนมะพร้าว ต่อมาตนเองไปขอซื้อต่อจำนวน 35 ไร่ มีเอกสารสิทธิ ส.ค.1 ที่ดินใกล้เคียงอีก 4 ราย ล้วนมีเอกสารสิทธิ ส.ค.1 เช่นกัน
       
        อย่างไรก็ดี กรมป่าไม้ก็ยืนยันเช่นกันว่า หลังปฏิบัติการยึดพื้นที่ร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ยังมิได้มีการอนุญาตให้เข้าใช้ประโยชน์ใดๆ เกิดขึ้น
       
        ทั้งนี้ ตามขั้นตอนของการขออนุญาตใช้พื้นที่ ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นเอกชนจะต้องยื่นคำขออนุญาตพร้อมเอกสารแนบท้ายคำขอ เช่น ความเห็นชอบขององค์กรปกครองส่วนท้อถงถิ่น ผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ตามระเบียบของกรมป่าไม้ โดยเริ่มจากผู้ขอยื่นคำขอที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดท้องที่ จากนั้นจึงเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา เพื่อให้ผู้ว่าฯ สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสภาพป่าภายใน 15 วัน พร้อมทั้งแจ้งสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ร่วมดำเนินการตรวจสอบพื้นที่แล้วรายงานผลต่อผู้ว่าฯ ภายใน 30 วัน หลังตรวจสภาพป่าเสร็จสิ้น จากนั้น ผู้ว่าฯ และผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ทำความเห็นเสนอกรมป่าไม้ภายใน 15วัน
       
        เมื่อกรมป่าไม้รับเรื่องก็จะตรวจสอบข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา ซึ่งปัจจุบันมีอธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธาน จากนั้นจะนำผลการพิจารณาเสนอณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห้ฯชอบ หากเห็นชอบ กรมป่าไม้จะแจ้งจังหวัดท้องที่เพื่อออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยต่อไป
       
        “ใครๆ ก็สามารถยื่นได้ แต่กรมป่าไม้จะอนุญาตหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง และเวลานี้เรื่องมาถึงกรมป่าไม้แล้ว ซึ่งเรากำลังตรวจสอบข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ผมพูดได้เลยว่า ยังอีกยาวไกลที่จะมีการอนุมัติหรืออนุญาต และอำนาจในการอนุญาตก็ไม่ได้จบที่ผม และกว่าที่ขั้นตอนต่างๆ จะจบ ผมก็คงเกษียณไปแล้ว”นายชลธิศกล่าว
       
        ด้าน นายประยุทธ เสี้ยวยิ้ม ผู้อำนวยการส่วนอนุญาตใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ สำนักการอนุญาต กรมป่าไม้ อธิบายเพิ่มเติมว่า ตามระเบียบของกรมป่าไม้ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2548 เขียนหลักเกณฑ์เอาไว้ชัดเจน 8 ข้อ อาทิ
       
        1.ไม่เป็นพื้นที่ป่าซึ่งใช้ในการศึกษา ค้นคว้าทางวิชาการป่าไม้
       
        2.ไม่ขัดกับมาตรการการใช้ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ มาตรการใช้ประดยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนและมาตรการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติไว้แล้ว หรือผู้ขออนุญาตจะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้
       
        3.ไม่เป็นบริเวณที่มีทิวทัศน์สวยงามอันควรรักษาไว้
       
        4.ไม่เป็นบริเวณที่ควรรักษาไว้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
       
        5.ไม่มีปัญหากับราษฎรในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง และต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลท้องที่ที่ป่านั้นตั้งอยู่
       
        6.ต้องมีไม้ขนาดความโตโดยวัดรอบลำต้นตรงที่สูง 130 เซนติเมตร ตั้งแต่ 50-100 เซนติเมตรขึ้นกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ไม่เกินไร่ละ 8 ต้น หรือมีไม้ขนาดความโตเกิน 100 เซนติเมตรขึ้นไปขึ้นกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ไม่เกินไร่ละ 2 ต้น
       
        7.ต้องมีลักษณะขนาด อาณาเขต และเนื้อที่เหมาะสมกับกิจการตามวัตถุประสงค์ที่ขอและแผนการใช้พื้นที่ตามโครงการประกอบคำขอ
       
        ...ดังนั้น จึงรับประกันได้ว่า ยังมิได้มีการอนุญาตแต่ประการใดกับทั้ง 2 สนามบินเอกชน
       


ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017