บล็อกเชนเทรนด์ใหม่ที่ไม่รู้ไม่ได้

โดย Marsmag   
22 ธันวาคม 2559 10:56 น.
        บล็อกเชน (Blockchain) กลายเป็นศาสตร์ความรู้ใหม่ที่ทุกวงการเริ่มมองเห็นอนาคตจากการนำมาใช้ประโยชน์ ทั้งอุตสาหกรรมการเงิน การธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ และลุกลามไปถึงการค้าขายออนไลน์ที่คล้ายคลึงมาร์เก็ตเพรสในปัจจุบัน แน่นอนว่าการที่บล็อกเชนจะเกิดได้ต้องมีความพิเศษมากกว่าบริการที่มีอยู่เดิม และที่สำคัญจะต้องดีกว่าเดิมทั้งในมุมของต้นทุนและเวลา
       
       วันนี้เราคงไม่ได้มาพูดถึงว่าแต่ละวงการนำบล็อกเชนไปใช้อย่างไร แต่เป็นเพียงการบอกกล่าวให้รู้จักบล็อกเชนในฐานะเทคโนโลยีใหม่แห่งอนาคตที่จะเข้ามาแทนที่บางส่วนของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ซึ่งหากแปลตรงตัวแล้ว บล็อกเชนก็คงหมายถึงกล่องที่เรียงร้อยต่อกันเป็นโซ่ เกาะแน่นกันไปอย่างไม่มีสิ้นสุด หลายคนอาจจะรู้จัก Bitcoin ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิตอลกันมาเป็นอย่างดี แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการนำบล็อกเชนไปใช้ประโยชน์เท่านั้น ซึ่งหากจะเปรียบบล็อกเชนนั้นก็น่าจะเทียบได้กับอะตอมที่ร้อยเรียงจนกลายมาเป็นสสารหรือวัตถุที่จับต้องได้นั่นเอง เพียงแต่บล็อกเชนร้อยเรียงกันอยู่ในโลกออนไลน์ ด้วยรูปแบบการทำสำเนาออกมาเป็นบล็อกต่อออกไปเรื่อยๆ โดยทุกบล็อกจะสร้างสำเนาที่เหมือนกัน ซึ่งทำให้ทุกคนที่ครอบครองกล่องรับรู้ได้เหมือนกัน เพียงแต่ได้รับอนุญาตการเข้าถึงเพื่อแก้ไขที่แตกต่างกัน
       
       เมื่อทุกคนรับรู้เหมือนกันหมดว่าเกิดความเคลื่อนไหวอะไรบ้างตลอดเวลา ปัญหาของการทุจริตก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะท้ายที่สุดการแก้ไขที่ไม่ถูกต้องจะเกิดการโต้แย้งจากบล็อกอื่นๆ ขึ้นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากข้อมูลที่มีการเขียนนั้นจะไม่มีวันลบออกจากระบบ การเขียนแก้ไขจึงเป็นการเขียนเพิ่มเติมเท่านั้น ดังนั้นเมื่อตรวจสอบแล้วว่าขัดแย้งระบบก็จะไม่ทำการเขียนข้อมูลเข้าระบบทันที จนท้ายที่สุดการแก้ไขแบบทุจริตก็จะถูกบล็อกเชนดีดออกจากระบบ หรือหากรอดไปได้ การตรวจสอบในโลกของความเป็นจริงก็สามารถย้อนหลังข้อมูลที่ไม่มีวันลบได้นี้ขึ้นมาดูได้อย่างแน่นอน

บล็อกเชนเทรนด์ใหม่ที่ไม่รู้ไม่ได้
        จะเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์หลักของบล็อกเชนคือการสร้างกล่องขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อเรียงร้อยข้อมูลต่อกันไปโดยไม่มีวันลบ แต่ละกล่องมีข้อมูลที่ซ้ำกันในรูปแบบสำเนา ซึ่งหากจะเปรียบบล็อกเชนเป็นสมุดจดบัญชีทางการเงิน การเกิดธุรกรรมทางการเงินขึ้นทุกครั้งจะได้รับการบันทึกลงในระบบกล่องทั้งหมดในรูปแบบสำเนา ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงจากผู้รับอนุญาตเกิดขึ้น ระบบที่ไม่มีวันลบก็สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หากสงสัยว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น และด้วยความเร็วของการทำสำเนาเนื่องจากขนาดที่เล็กของข้อมูลบล็อกเชนก็ช่วยให้การเกิดธุรกรรมมีความรวดเร็วมากขึ้น ประเด็นนี้ธนาคารต่างๆ เริ่มมองว่าการโอนเงินระหว่างประเทศซึ่งแบบเดิมต้องผ่านเครือข่ายและขั้นตอนการตรวจสอบที่หลากหลายของแต่ละธนาคาร ทำให้เปลืองทั้งเวลาและต้นทุนค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น การปรับเปลี่ยนมาใช้บล็อกเชนภายใต้องค์กรกลางแบบปิดที่ให้ทั้งความปลอดภัย รวดเร็ว และลดต้นทุน มีความเป็นไปได้มากขึ้น
       
       หรือหากมองในมุมของงานราชการ อาทิเช่น การออกโฉนดครอบครองสิทธิ์ของกรมที่ดิน แน่นอนว่าการบันทึกในรูปแบบเดิมที่เรียกว่าต้นขั้วนั้นได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน แต่การทุจริตจะลดน้อยลงเมื่อทุกการเปลี่ยนแปลงถูกทำสำเนาไว้ในทุกกล่อง การแอบแก้ไขเพื่อหาประโยชน์ใส่ตัวของเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย นั่นเพราะการแก้ไขจะถูกบันทึกและสามารถลบออกได้นั่นเอง โดยปัจจุบันมีบางประเทศที่ประสบปัญหาความไม่เป็นธรรมของการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นในสังคมเริ่มศึกษาและทดลองระบบบล็อกเชนเข้าช่วยเสริมการป้องกันการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
       
       ท้ายที่สุดก็ต้องบอกว่า บล็อกเชนเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในหลากหลายวงการมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การค้าขายออนไลน์หรือที่เราเรียกว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ช โดยมีทั้งรูปแบบการสร้างระบบค้าขาย B2C (ธุรกิจขายสินค้าให้ผู้บริโภค) และขายแบบ B2B (ธุรกิจขายสินค้าให้ธุรกิจ) ด้วยความพิเศษของบล็อกเชนที่เป็นการส่งข้อมูลตรงหากัน ซึ่งไม่ต่างจากระบบบิททอร์เรนต์ที่ใช้การส่งข้อมูลเชื่อมเข้าหากันแบบ P2P (คอมพิวเตอร์ถึงคอมพิวเตอร์) ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ผ่านเบราเซอร์ที่เป็นตัวกลางให้เกิดความล่าช้าแต่อย่างใด จุดนี้จึงทำให้เกิดการซื้อขายตรงระหว่างเครื่องผู้ซื้อและเครื่องผู้ขายผ่านแอพพลิเคชั่นได้ทันที ทำให้ได้ทั้งความรวดเร็ว ปลอดภัย เพราะทุกคนรับรู้การซื้อขาย มีหลักฐานที่ชัดเจน มีความกระชับในกระบวนการทั้งหมด และที่สำคัญไม่ต้องผ่านตัวกลางก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการค้าขายเช่นระบบมาร์เก็ตเพรสที่มีอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง

        ภาพเปิด : blocks-1465488_1920
       ภาพในเรื่อง : computer-1231889_1920

จำนวนคนโหวต 22 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 6 คน
28 %
ไม่เห็นด้วย 16 คน
72 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017