9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน

โดย Marsmag   
4 สิงหาคม 2560 09:48 น.
        ในยามที่สายฝนถาโถมกระหน่ำลงมา ซัดพาให้หัวใจของใครหลายๆ คนได้ชุ่มฉ่ำ บรรยากาศแบบนี้ทำให้เกิดอาการเหงาขึ้นมาได้อย่างไม่ทราบสาเหตุ แล้วแบบนี้จะนอนเหงาอยู่แต่บ้านทำไม ใครที่มีเวลาว่างพอลองหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยามหน้าฝนกันหน่อยดีกว่า แต่เอ๊ะ!! พลิกแผนที่จิ้มไปจิ้มมาเลือกสถานที่ดูแล้วนู่นก็ไม่เหมาะ นี่ก็ไม่น่าไป หรือนั่นก็ไม่ควรเที่ยวในหน้าฝน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เป็นเช่นนี้ ให้เราช่วยเป็นแผนที่ให้คุณดูสักครั้งแล้วร่วมเดินทางไปพร้อมกัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้รู้ว่าประเทศไทยยามที่ฝนโปรยปรายนั้นยังมีสถานที่ที่น่าเดินทางไปชื่นชมความงามของธรรมชาติอยู่ไม่น้อย เอ้า!! เตรียมพร้อมแพ็กกระเป๋าไปด้วยกัน...

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
        1. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
       

       อุทยานแห่งชาติแห่งที่ 48 ของประเทศ และเป็นแห่งที่ 14 ของภาคเหนือ ตั้งอยู่บนพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก สถานที่แห่งนี้มีทั้งความสวยงามและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เป็นยุทธภูมิสำคัญในอดีต
       
       แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็มีอยู่มาก อาทิ แหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ หมู่บ้านมวลชน, พิพิธภัณฑ์การสู้รบ, โรงเรียนการเมืองการทหาร, กังหันน้ำ ด้านธรรมชาติ ก็จะได้แก่ น้ำตกผาลาด, ลานหินปุ่ม, ผาชูธง, น้ำตกหมันแดง ฯลฯ ให้เราได้ไปยลโฉมอีกมาก ซึ่งสถานที่ดังกล่าวนี้มีลักษณะภูมิอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็นเกือบตลอดปี

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
Credit ภาพ: forzanu
        2. ป่าดงนาทาม
       

       ป่าดงนาทาม ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีพื้นที่ติดต่อกัน 3 อำเภอ คืออำเภอโขงเจียม อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สถานที่แห่งนี้เป็นป่าที่มีพื้นที่ราบสูงสลับกับภูเขาหินทรายกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งหากใครที่มาท่องเที่ยวในช่วงปลายฤดูฝนที่กำลังจะเข้าสู่ต้นฤดูหนาวแล้วล่ะก็ คุณจะไม่พลาดเห็นดอกไม้ที่แข่งกันออกดอกบานสะพรั่งงดงามยิ่งนัก

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.pixpros.net
        3. เหมืองปิล็อก
       
       ถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีแห่งนี้มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์อยู่มาก อาทิ รถไฟสายมรณะ, สุสานทหารสัมพันธมิตร ฯลฯ และเหมืองปิล็อกเองก็เช่นเดียวกัน ซึ่งเหมืองปิล็อกแห่งแรกเกิดขึ้นที่บริเวณบ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในอดีตชาวบ้านมักเรียกว่า “เหมืองผีหลอก” แต่ต่อมาเพี้ยนเป็น “ปิล็อก” เพราะจากการเปิดเหมืองในครั้งนั้นเกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจกับกรรมกรพม่าขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก และก็มีเหมืองเกิดขึ้นอีกจำนวนมาก ประชาชนจึงเหมารวมเรียกว่า เหมืองปิล็อกไปโดยปริยาย
       
       เหมืองปิล็อกนั้นถือว่ามีทัศนียภาพทางธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งปัจจุบันเหมืองนี้ได้ปิดตัวลงแล้ว แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยทะเลและภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม ดูเป็นมนต์เสน่ห์ของที่นี่ที่เดียว

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
       

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.pixpros.net
        4. แก่งสามพันโบก
       

       แก่งสามพันโบก ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง ที่เกิดจากแรงน้ำวนกัดเซาะจนกลายเป็นแอ่งที่มีมากกว่า 3,000 แอ่ง สถานที่แห่ี่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักเมื่อโฆษณาของ ททท. ชุด พี่เบิร์ด เริ่มออกฉาย โดยที่มาของชื่อสามพันโบกนั้นมาจากคำว่า “โบก” เป็นคำในภาษาพื้นเมืองท้องถิ่นมีความหมายว่า “แอ่ง” จึงเรียกที่นี่ว่า สามพันโบก นั่นเอง นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากทีเดียว

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.isuzu-society.com
        5. ภูทับเบิก
       

       ยอดเขาที่สูงที่สุดตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชบูรณ์ โดยมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,768 เมตร ภูทับเบิกนั้นเป็นชื่อของหมู่บ้านม้งทับเบิก เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง บนภูเขาสูงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 40 กม. และห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 100 กม. ที่นี่เป็นภูเขาสูงชันทำให้ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางเพราะยังไม่มีรถประจำทางผ่าน อีกทั้งยังมีแหล่งวัฒนธรรมของชาวม้งแบบดั้งเดิมให้เราได้เห็นอีกด้วย ถือได้ว่าที่แห่งนี้เป็นจุดท่องเที่ยวและจุดชมวิวที่สำคัญเพราะสามารถดูวิวรอบทิศได้ถึง 360 องศา ที่นี่นิยมปลูกพืชผักอย่างกะหล่ำปลีมากที่สุดจึงทำให้ที่นี่เองมีกะหล่ำปลีหลายพันไร่ และในช่วงฤดูฝนเราจะได้เห็นกะหล่ำปลีขึ้นเต็มหุบเขา เป็นธรรมชาติที่สวยงามสบายตาไปอีกแบบ

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
       

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.tlcthai.com และ http://www.phateaw.com
        6. วนอุทยานแห่งชาติปางสีดา
       
       สถานที่แห่งนี้ครอบคลุมไปด้วยพื้นที่ป่าประมาณร้อยละ 95 มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอตาพระยา อำเภอวัฒนานคร อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เป็นหน่วยงานหนึ่งในโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดเป็นป่าที่มีไว้เพื่อเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ และประกอบไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ อย่างเช่น น้ำตก ป่าไม้ ทิวทัศน์ ฯลฯ ที่สวยงาม อีกทั้งสภาพภูมิอากาศของที่นี่เป็นแบบฝนเมืองร้อนโดยมีอากาศแห้งแล้งและชุ่มชื้นสลับกัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.touronthai.com
        7. มอหินขาว
       

       สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตั้งอยู่ที่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เป็นกลุ่มหินทรายสีขาวตั้งตระหง่านเรียงรายซึ่งมองแล้วคล้ายกับ “สโตนเฮนจ์” ในประเทศอังกฤษ มอหินขาวมีกลุ่มหินอยู่หลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีมนต์เสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป และช่วงฤดูฝนสถานที่แห่งนี้เองจะมีดอกไม้ป่าขึ้นรายล้อมให้นักท่องเที่ยวที่ไปต้องตื่นตาอย่างแน่นอน

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
       

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.thetrippacker.com
        8. ทุ่งดอกกระเจียว
       

       สถานที่ท่องเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝนที่มีเสน่ห์อีกที่หนึ่ง ซึ่งในช่วงหน้าฝนดอกกระเจียวจะบานสะพรั่งมาก และจะบานเต็มทุ่งช่วงเดือน มิ.ย. - ส.ค. ของทุกปี และทางจังหวัดเองมักจะจัดเทศกาลทุ่งดอกกระเจียว 2 แหล่งคือ ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และอุทยานแห่งชาติไทรทอง ใครที่อยากไปชมความงดงามของดอกกระเจียวก็สามารถไปได้ในช่วงนี้ อ่อ!ขอบอกไว้ก่อนว่างานเทศกาลทุ่งดอกกระเจียวงามจะมีให้เราได้ชมถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ใครที่อยากพักผ่อนหย่อนใจชื่นชมความงามของธรรมชาติแบบสบายอารมณ์ สถานที่แห่งนี้ก็น่าไปอยู่ไม่น้อย

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
       

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.wikalenda.com
        9. นาข้าวขั้นบันไดแม่แจ่ม แม่กลางหลวง
       

       สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต และถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ถ้าพูดถึงแม่แจ่มนักท่องเที่ยวต้องนึกถึงที่นี่ ยิ่งในช่วงฤดูฝนด้วยแล้ว นาข้าวขั้นบันไดแห่งนี้จะมีสีเขียวชอุ่มดูงดงามยิ่งนัก เรียกว่าเป็นศิลปะแห่งธรรมชาติก็ว่าได้ ใครที่ชอบวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายและอยากเดินทางไปดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่สวยงามแบบนี้ไม่ควรพลาด

9 ที่ท่องเที่ยว ความรื่นรมย์แห่งกาลฝน
CREDIT ภาพ: http://www.bloggang.com
       

จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 1 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017